ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 405/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 405/2498นายแส แซ่สานโจทก์นายถิน ปราบพาล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ลูกหนี้เอาทรัพย์ซึ่งตนเป็นเจ้าของร่วมกับคนอื่นทำสัญญาจะขายฝาก สัญญานั้นผูกพันบังคับได้เท่าส่วนของลูกหนี้ กู้เงินกว่า 50 บาทโดยไม่มีสัญญาเป็นหนังสือนั้น หนี้เงินกู้มีอยู่แต่ฟ้องร้องไม่ได้เท่านั้น ถ้าลูกหนี้ทำสัญญาจะขายฝากเท่าจำนวนหนี้ที่ค้างย่อมเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ส. และ ก. กู้เงินโจทก์โดย ส.ผู้เดียวลงชื่อในสัญญากู้ส. ตาย ก. ทำสัญญาขายที่ดิน 2 แปลงให้โจทก์แต่สงวนสิทธิไถ่คืนในภายหลังแต่ไม่จดทะเบียน สัญญานี้เป็นสัญญาจะขายฝาก ผู้ขายฝากไม่โอนที่ให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อเรียกราคาที่ชำระไปคืนได้ ทายาทต้องรับผิดไม่เกินมรดกที่รับจากเจ้ามรดกนางเสา นางกองกู้เงินโจทก์ 7,990 บาท โดยนางเสาลงชื่อในสัญญากู้ผู้เดียว นางเสาตาย นางกองไม่มีเงินใช้จึงทำหนังสือสัญญาขายที่พิพาทให้โจทก์ 7,990 บาท แต่สงวนสิทธิที่จะไถ่ที่นี้คืนถ้าสามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ สัญญานี้ศาลฎีกาพิพากษาว่ามีลักษณะเป็นสัญญาจะขายฝาก นางกองเช่าทำแล้วตาย ทายาทไม่ยอมโอนนาให้โจทก์โจทก์จึงฟ้องทายาทให้โอนที่ดินหรือใช้เงิน 7,990 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 5 ทายาทของนางกองโอนที่ดินให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าไม่เป็นสัญญาซื้อขายแต่เป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ให้จำเลยที่ 5 ใช้เงิน 7,990 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยดังนี้"แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวมาข้างต้นว่า นางกองเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ 7,990 บาทร่วมกับนางเสา และนางกอง ทำสัญญาลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2491 ให้โจทก์ไว้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับการชำระหนี้เอาแก่นางกองได้เฉพาะจากทรัพย์สินของนางกองเองเท่านั้น ซึ่งได้กล่าวแล้วว่านางกองมีส่วนได