ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2498

ประเด็นกฎหมาย

การขอเลื่อนคดีเนื่องจากส่งหมายให้พยานไม่ได้และทนายเจ็บตา เป็นเหตุสมควรหรือไม่

หลักกฎหมาย

การขอเลื่อนคดีแม้เป็นครั้งแรก แต่เหตุที่อ้างต้องเป็นเหตุผลที่สมควร การที่โจทก์ไม่มีพยานมาศาลเพราะไม่ได้วางหมายแก่พยาน โดยคิดเอาเองว่าเมื่อวางหมายแก่นายอ่ำไม่ได้แล้วจะเรียกพยานอื่นมาสืบก่อน จำเลยจะเสียเปรียบ จึงไม่วางหมายแก่พยานอื่นนั้น ไม่เป็นเหตุผลที่สมควรจะเลื่อนคดี เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ใช้ค่าทนายชั้นฎีกาแทนจำเลยอีก 50 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน ในวันนัดสืบครั้งแรกโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี โดยอ้างว่าพยานสำคัญ (นายอ่ำ ปลัดอำเภอ) ยังวางหมายไม่ได้ และทนายโจทก์เจ็บตา แต่ศาลชั้นต้นสอบถามแล้วได้ความว่า โจทก์ส่งหมายให้นายอ่ำไม่ได้เพราะไม่พบตัว และไม่ได้ส่งหมายให้พยานอื่นเลย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2498นายเชื่อม เหล่ากอโจทก์นางส้มเฟือง ขุนศรีจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ส่งหมายให้พยานคนหนึ่งไม่ได้ เลยไม่ส่งให้พยานอื่นและไม่ยอมสืบตนเองเป็นพยานก่อนพยานปากอื่นยังไม่เป็นเหตุพอที่จะให้ศาลเลื่อนการพิจารณาไปโจทก์ฟ้องว่า ที่สวนจากตามแผนที่ท้ายฟ้องเฉพาะภายในเส้นสีแดงซึ่งตั้งอยู่ตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นของโจทก์ โจทก์ครอบครองมา 15 ปีเศษแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2494 โจทก์กับนางหนูพับ ภรรยาได้หย่ากันตามคำพิพากษาของศาล ในการหย่านั้นได้แบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยา ที่ดินที่ฟ้องนี้ตกได้กับโจทก์ ต่อมานางหนูพับได้ลักตัดยอดจากในที่สวนนี้ โจทก์ได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนเป็นคดีอาญาไว้ จำเลยได้กล่าวเท็จว่าสวนจากพิพาทเป็นของจำเลย ซึ่งเป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ของโจทก์ กรมการอำเภอจึงสั่งให้โจทก์มาฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ อย่าให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่รายนี้ต่อไปจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน ในวันนัดสืบครั้งแรกโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าพยานสำคัญยังวางหมายไม่ได้ จะสืบพยานอื่นก่อน จำเลยก็จะเสียเปรียบ ทั้งทนายโจทก์ก็เจ็บตาด้วยศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์ได้ความว่าโจทก์ส่งหมายให้นายอ่ำปลัดอำเภอซึ่งเป็นพยานสำคัญคู่กับพยานอื่น และเป็นผู้ไปชันสูตรรังวัดที่เมื่อโจทก์ซื้อ ไม่ได้ เพราะไม่พบตัว พยานอื่นโจทก์ก็เลยไม่ได้ส่งหมายให้ ข้อที่ว่าทนายป่วยตานั้น ทนายโจทก์ก็รับว่าพอจะว่าความได้ และศาลก็เห็นว่าตาของทนายโจทก์ปกติ ฝ่ายจำเลยคัดค้านไม่ให้เลื่อน อ้างว่าโจทก์แกล้งประวิงคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า การขอเลื่อนไม่มีเหตุสมควรเพียงพอ จึงมีคำสั่