ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2498หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิสกุล หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิลัยเลขา หม่อมเจ้าดิศศานุวัติ ดิสกุล ผู้จัดการมรดกของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยขุนบวรรัตนารักษา ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายคลิ้ง อักษรวรรณจำเลย ป.พ.พ. ที่ส่วนหนึ่งของสวน แม้จะไม่มีไม้ยืนต้นอยู่เต็มเนื้อที่แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยย่อมเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 ต้องใช้อายุความ 10 ปีคดีนี้ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้พิจารณาพิพากษารวมกันมากับสำนวนที่โจทก์ฟ้องนายอัมพร ณ สงขลา แต่สำนวนนายอัมพร ณ สงขลาได้ยุติตามคำพิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชไปแล้วสำหรับคดีที่นายคลิ้ง อักษรวรรณ เป็นจำเลยนี้ คู่ความพิพาทกันด้วยเรื่องที่ดินมือเปล่า ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลโพธิเสด็จ ท้องที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช คำนวณตามแผนที่กลางจะได้เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ โจทก์ตีราคามาในฟ้อง 3,000 บาทโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2494 กล่าวว่า ที่สวนพิพาทเป็นทรัพย์สินกองมรดกของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเมื่อระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนพฤศจิกายน 2493 จำเลยบังอาจเข้าแย่งการครอบครองที่สวนพิพาทและตัดฟันต้นยางเสีย 2 ต้น ราคาต้นละ 500 บาท ต้นมังคุด 10 ต้น ๆ ละ 100 บาท ขอให้ศาลพิจารณาและพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของกองมรดกสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพขอให้ห้ามและขับไล่จำเลย ทั้งให้จำเลยใช้ราคาต้นไม้รวม 2,000 บาทให้แก่กองมรดกด้วยจำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยได้รับใบเหยียบย่ำและครอบครองมาเกินปีแล้ว และขอตัดฟ้องว่า1. ตามพินัยกรรมของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพสั่งให้ผู้จัดการทรัพย์มรดกขายทรัพย์มรดกเสียภายใน 5 ปี แต่โจทก์มิได้ขายทรัพย์ตามข้อกำหนดดังกล่าว โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะจัดการท