ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2498ขุนพินิจนาคภพโจทก์นายริ้ว แซ่โค้วจำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 สภาพของห้องเป็นพยานสำคัญว่า ใช้เป็นเคหะหรือไม่ศาลเผชิญสืบแล้ว จำเลยขอสืบพยานบุคคลว่า ตามสภาพเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยนั้นเป็นแต่ความเห็น ศาลมีอำนาจงดเสียได้โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 31 เดือนธันวาคมพุทธศักราช 2497 ได้ความว่า เมื่อประมาณ 12 ปีมานี้ จำเลยเช่าห้องพิพาทตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่เรื่องมาโดยไม่มีกำหนดเวลาและไม่ได้ทำหนังสือสัญญา พ.ศ.2493 โจทก์รับโอนมาจากเจ้าของเดิม ส่วนจำเลยก็คงได้เช่าอยู่สืบต่อมาโจทก์ยื่นคำฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อทำการค้า ค่าเช่าเดือนละ 14 บาท บัดนี้โจทก์บอกเลิกสัญญาให้จำเลยออกไปจำเลยก็ไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 14 บาท นับแต่ฟ้องไปจนกว่าจะออกจำเลยให้การต่อสู้ว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัย มิได้เช่าเพื่อการค้าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันและเสียค่าเช่าเดือนละ 70 บาท แต่โจทก์ออกใบรับเพียง 14 บาทเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ ตอนหลังโจทก์จะเพิ่มค่าเช่าขึ้นไปอีกและเรียกค่ากินเปล่าอีกมากมาย ขอให้ยกฟ้องศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเห็นว่า ประเด็นค่าเสียหายเมื่อจำเลยรับว่าเคยเสียค่าเช่ามากกว่าที่โจทก์เรียกเป็นค่าเสียหายแล้วก็เป็นอันยุติส่วนประเด็นที่จำเลยควรได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันหรือไม่นั้น ตกหน้าที่จำเลยนำสืบก่อน แต่ข้อนี้เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ตัดปัญหา โจทก์ขอเผชิญศาลไปตรวจห้องพิพาทปรากฏว่าห้องตั้งอยู่ริมถนนสุริยเดชบำรุง ร้านข้างเคียงกับห้องนี้และร้านฝั่งตรงกันข้ามยาวไปตามถนนเป็นร้านค้าทั้งนั้น และห้องน