ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2498พระยาศรีวิกรมาทิตย์โจทก์กระทรวงพาณิชย์จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นสัตรูต่อสหประชาชาติ 2488 สิ่งปลูกสร้างที่ผู้เช่าช่วงปลูกสร้างขึ้นในที่ดินของผู้ให้เช่าถ้าไม่ปรากฏสัญญาระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าช่วงเป็นอย่างอื่นไม่ตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า รัฐบาลไทยสัญญาให้ฝ่ายสหประชาชาติผู้ชนะสงครามเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในประเทศไทยสหประชาชาติจึงมีอำนาจจัดทรัพย์สินของทหารญี่ปุ่น และขายทอดตลาดทรัพย์นั้นได้ การขายกุดังซึ่งต้องรื้อไป เป็นการขายอย่างสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องจดทะเบียนการตั้งตัวแทนก็ไม่ต้องทำเป็นหนังสือ แม้เจ้าของที่ดินเป็นผู้ซื้อแล้วไม่รื้อไปก็ไม่แตกต่างกัน ก.ท.ส.ไม่มีอำนาจให้ผู้ใดใช้กุดัง ซึ่งโจทก์ซื้อจากสหประชาชาติจำเลยใช้กุดังนั้นโดยไม่รับอนุญาตจากโจทก์ย่อมเป็นละเมิดจะอ้างว่าก.ท.ส. อนุญาตให้จำเลยใช้ไม่ได้ เงินวางศาลที่จะให้ยกเว้นไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และค่าฤชาธรรมเนียมนั้นต้องอยู่ในลักษณะที่จะให้คู่ความอีกฝ่ายรับไปได้ ถึงแม้จะไม่ยอมรับผิดถ้าจำเลยวางเงินเพียงเป็นประกันการชำระหนี้ แต่ยังสงวนสิทธิต่อสู้คดีต่อไปไม่ใช่การวางเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา135,164โจทก์ฟ้อง และยื่นคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหลายรายการ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์ของโจทก์ สำหรับโกดัง 1, 2 เดือนละ 6,020 บาท52 สตางค์ สำหรับโกดัง 8, 9 เดือน 4,079 บาท ตั้งแต่วันที่โจทก์ประมูลซื้อโกดังนั้นได้ จนถึงวันที่จำเลยออกไปจากโกดังของโจทก์ รวมเป็นเงิน 159,388 บาท 91 สตางค์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการชำรุดของสถานที่ คือค่าเสียหา