ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2498นายสัมฤทธิ ทิพยโกศัยโจทก์นายตื้อไซ้ แซ่เล้าจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 177 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 การเสนอคำฟ้องหรือคำฟ้องแย้งต่อศาลต้องมีข้อโต้แย้งต่อศาลต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นแล้วเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมาย การที่จำเลยให้การว่าการซื้อขายห้องพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมเป็นการสมยอมโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญา เมื่อศาลยังมิได้ชี้ขาดอย่างใดจำเลยจะมาฟ้องแย้งว่าแม้เจ้าของเดิมทำสัญญาซื้อขายห้องพิพาทกับโจทก์โดยชอบสัญญาเช่าห้องพิพาทที่เจ้าของเดิมทำให้จำเลยย่อมติดตามมาอยู่กับโจทก์จำเลยยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯขอให้บังคับโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าต่อไปตามสัญญาเช่าเดิมดังนี้ไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องแถวซึ่งซื้อจากนายกินโหย่ง นางฟู้ จำเลยต่อสู้ว่าทำสัญญาเช่ากับนายกินโหย่งจำเลยไม่ผิดสัญญา และไม่ทราบการซื้อขายรายนี้ หากมีจริงก็เป็นการสมยอม โจทก์ควรร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องก่อนวันชี้สองสถานจำเลยยื่นคำร้องว่า ถ้าศาลฟังว่านายกินโหย่งทำสัญญาซื้อขายกับโจทก์โดยชอบ สัญญาเช่าห้องพิพาทที่นายกินโหย่งทำให้จำเลยย่อมติดตามมาอยู่กับโจทก์ จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ จึงฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ยอมให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไปตามสัญญาเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฟ้องแย้งว่า คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ไว้ศาลยังมิได้ชี้ขาดอย่างใด จำเลยจะมาฟ้องแย้งเผื่อไว้หาได้ไม่จึงสั่งไม่รับฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าการเสนอคำฟ้องหรือคำฟ้องแย้งต่อศาลนั้นต้องมีข้อโต้แย้งซึ่งได้บังเกิดขึ้นแล้วเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎ