ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2498นายโพธิ์ เตียเย็นโจทก์บริษัทอู่ทองไทย จำกัด โดยนายร้อยเอกสมหวัง สารสาส กรรมการ ผู้จัดการจำเลย ป.พ.พ. สัญญามีว่า ในกรณีที่จะให้มีผู้ค้ำประกันผู้ขายจะต้องวางหลักทรัพย์ของผู้ขาย ให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ ฯลฯ นั้นข้อนี้ไม่ใช่เงื่อนไขถ้าผู้ขายมิได้วางประกันเมื่อไม่ปรากฏว่า เป็นกรณีที่จะต้องวางและผู้ซื้อก็คงให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญา โดยมิได้วางประกันผู้ซื้อจะยกข้อนี้ขึ้นอ้างเพื่อไม่รับผิดตามสัญญาไม่ได้ สัญญามีว่า ผู้ขายต้องนำไม้มาวางไว้ริมน้ำ 1,000 ท่อนให้ผู้ซื้อตรวจรับผู้ขายนำไม้มาวางได้ 600 ท่อน ผู้ซื้อก็สั่งงด ไม่ซื้อผู้ซื้อผิดสัญญา โดยผู้ขายไม่ต้องนำไม้มาวางถึง 1,000 ท่อน ผู้ซื้อผิดสัญญา ต้องใช้ค่าเสียหายให้ผู้ขายตามที่สัญญากำหนดไว้ให้ใช้ครึ่งหนึ่งของราคาไม้เท่าที่ผู้ขายได้นำมากองไว้ตามสัญญาแล้วแต่เงินทุนที่ผู้ซื้อลงไปเพื่อทำไม้ทั้งหมด และราคาไม้ในป่าถ้าไม่แน่นอนว่ามีอยู่เท่าใด ศาลไม่คิดค่าเสียหายให้คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2494 จำเลยได้ทำสัญญาซื้อไม้หมอนรถไฟจากโจทก์ 10,000 ท่อน ราคาท่อนละ 20 บาทเมื่อโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลยแล้ว โจทก์ได้รีบทำไม้หมอนในป่าอำเภอกบินทร์บุรีทันทีโดยทำเองบ้าง จ่ายเงินให้ผู้อื่นทำบ้างเมื่อทำไม้หมอนได้จำนวนตามสัญญาแล้ว โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อให้ไปตรวจและตีตรา แต่จำเลยไม่ไปกลับแจ้งให้โจทก์ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ห้ามไม้ออกทุกชนิด ให้หยุดการทำไม้ รอฟังผลการเจรจากับรัฐบาลไว้ก่อน ต่อมาจำเลยโทรเลขบอกโจทก์ว่าการเจรจาเรียบร้อยแล้ว ให้เร่งทำไม้หมอนโดยด่วน โจทก์จึงได้เพิ่มทุน เพิ่มคนงานรวมโจทก์ลงทุนไป 20,000 บาท ต่อมาจำเลยโทรเลขให้โจทก์หยุดทำไม้หมอนเสียอีกโดยมิได้ให้เหตุผลประการใด โจทก์