ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2540อัยการลำพูนโจทก์นาย ถวัลย์ นามยอมจำเลย ป.อ. ม. 172, ม. 173, ม. 179, ม. 352จำเลยเป็นพนักงานเก็บเงินของบริษัทผู้เสียหายเก็บเงินจากลูกค้าแล้วยักยอกไปโดยจำเลยได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดจี้บังคับปล้นเอาเงินจำนวน 74,320 บาท ซึ่งเป็นของผู้เสียหายและบางส่วนเป็นของจำเลยไป โดยไม่มีการปล้นทรัพย์เกิดขึ้น แต่จำเลยทำพยานหลักฐานเท็จด้วยการใช้ท่อนไม้ทุบรถจักรยานยนต์ของจำเลยและแจ้งข้อความเท็จแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการปล้นทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แจ้งความเท็จว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จโจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นพนักงานเก็บเงินของบริษัทนิยมพานิช จำกัด ผู้เสียหายได้เบียดบังเอาเงินค่าเช่าซื้อที่เก็บจากลูกค้าของผู้เสียหายจำนวน 47 ราย จำนวนเงิน72,820 บาทเป็นของจำเลยโดยทุจริต และเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2537 เวลากลางวันจำเลยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จโดยใช้ไม้ท่อน 1 ท่อน ทุบไฟหน้ารถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับจนแตกเสียหายแล้วแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ร้อยตำรวจโทนครศักดิ์ ชัยชนะวงศ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าซางว่ามีชาย 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะใช้อาวุธปืนและมีดปล้นทรัพย์เอาเงินสดจำนวน 75,320 บาท ซึ่งเป็นของบริษัทนิยมพานิช จำกัด ผู้เสียหายและบางส่วนเป็นเงินส่วนตัวของจำเลยไปแล้วใช้ไม้ตีโคมไฟหน้ารถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับแตกเสียหาย ความจริงแล้วมิได้มีเหตุการณ์ปล้นทรัพย์เกิดขึ้น การกระทำของจำเลยทำให้บริษัทนิยมพานิช จำกัด และร้อยตำรวจโทนครศักดิ์ ชัยชนะวงศ์ พนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานตำรวจผู้