ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6420/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6420/2540องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรโจทก์สหกรณ์การเกษตรกบินทร์บุรี จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 224 วรรคแรก, ม. ตาราง 1 ข้อ 2 กศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เนื่องจากฟังข้อเท็จจริงว่าหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้มีเพียง 28,466.60 บาท เมื่อโจทก์รับว่าเป็นหนี้จำเลยจำนวน 39,342 บาท และขอหักกลบลบหนี้ จำเลยจึงไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ตามฟ้องจำนวน 63,174.41 บาท จึงมีจำนวนหนี้ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เพียง 34,707.80 บาท ไม่ใช่จำนวน 63,174.41 บาท ถือได้ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224วรรคหนึ่ง โจทก์ฎีกาขอให้กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นองค์กรของรัฐมีหน้าที่ช่วยซื้อขายผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกรเพื่อพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมระหว่างปี 2522 และ 2523 รัฐบาลมีนโยบายรับซื้อข้าวเปลือกจากกลุ่มเกษตรกรและจากผู้มีสิทธิขายข้าวเปลือก เมื่อระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2522 ถึงวันที่ 29 มกราคม 2523 โจทก์นำข้าวเปลือกเข้าเก็บรักษาไว้ที่ฉางของจำเลย ต่อมาวันที่ 10 กรกฎาคม 2523 โจทก์สั่งให้จำเลยส่งมอบข้าวเปลือกให้แก่โรงสีเกษตรรุ่งเรืองตามสัญญา ปรากฏว่าจำเลยส่งมอบไม่ครบจำนวน เมื่อหักการยุบตัวของข้าวเปลือกตามสัญญา 2% ออก จำเลยจึงยังคงค้างข้าวเปลือกคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 83,674.89 บาท จำเลยจึงผ