ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4934/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4934/2545พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นาย กิตติ ทิมกระจ่างจำเลย ป.อ. ม. 295, ม. 339 ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคท้าย, ม. 227 วรรคสองคดีฟังข้อเท็จจริงได้เพียงว่า จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเท่านั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์ซึ่งรวมการกระทำหลายอย่าง การใช้กำลังประทุษร้ายเป็นการกระทำผิดส่วนหนึ่งในความผิดฐานชิงทรัพย์ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ศาลก็ลงโทษจำเลยในการกระทำผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 1 คน ร่วมกันชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ของนายวิชัย วอนวรรณ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผลักศรีษะผู้เสียหายล้มลงกับพื้นและกระชากเอาสร้อยคอทองคำดังกล่าวของผู้เสียหาย กับใช้เท้าเหยียบและถีบที่บริเวณใบหน้าผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กาย ทั้งนี้เพื่อความสะดวกแก่การชิงทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป แล้วจำเลยได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งพวกของจำเลยติดเครื่องยนต์รออยู่ขับพาจำเลยหลบหนีไป อันเป็นการใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิดพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339, 340 ตรี, 83 และให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ 15,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธในความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่รับว่าได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339วรรคสาม ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุก 15 ปี คำให้