ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1074/2498นายณรงค์ ตันติเฉลิมโจทก์นางฉวี หุตะสิงห์จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ผู้เช่าเดิมให้ความยินยอมว่า จะออกจากเคหะแล้ว ผู้เช่าคนใหม่รับโอนการเช่านั้นมา อาจถือได้ว่ารับโอนความยินยอมนั้นมาด้วยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ประมาณ 10 ปีมาแล้ว นางสาวถนอมจิตร์ หุตะสิงห์ ได้เช่าที่ดินโฉนดที่ 4951 ตำบลสุริยวงษ์ อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร ของโจทก์บางส่วน ปลูกเรือนเลขทะเบียนที่ 188 ลงบนที่ดินนั้น เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่าได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากันใหม่เสมอมา ครั้งหลังที่สุดได้ทำสัญญาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2495 กำหนดระยะเวลาเช่ากัน 1 ปี โดยนางสาวถนอมจิตร์ให้ความยินยอมไว้ว่า เมื่อครบกำหนด 1 ปีแล้ว นางสาวถนอมจิตร์ หุตะสิงห์ขอเลิกสัญญาเช่า และจะรื้อถอนเรือนนั้นออกไปจากที่ดินของโจทก์ภายใน 6 เดือน ระหว่าง 6 เดือนนี้ นางสาวถนอมจิตร์ หุตะสิงห์อยู่ในฐานะอาศัยไม่ต้องเสียค่าเช่า ครั้นต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2495 นางสาวถนอมจิตร์ หุตะสิงห์ ได้โอนกรรมสิทธิ์เรือนนั้นให้จำเลยจำเลยรับปฏิบัติตามสัญญาที่นางสาวถนอมจิตร์ได้ทำไว้กับโจทก์ทุกประการ ปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาท้ายฟ้อง บัดนี้ครบกำหนดระยะเวลาอาศัยแล้ว โจทก์บอกให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยขัดขืนทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้จากการใช้ที่ดินเป็นเงิน 600 บาท และเดือนต่อไปอีกเดือนละ 200 บาท ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย ให้รื้อถอนเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วยจำเลยให้การต่อสู้ว่า เดิมนางสาวถนอมจิตร์ หุตะสิงห์ ได้เช่าที่ดินของโจทก์ปลูกเรือนอยู่อาศัย ต่อมาได้โอนเรือนหลังนี้ให้จำเลย จำเลยก็ได้ใช้อยู่อาศัย โดยจำเลยได้เช่าที่ดินจากโจทก์ ทำสัญญาเช่าเขียนลงท้า