ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2498

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2498พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์พลทหารม้วน จำปาศักดิ์ ที่ 1 พลทหารสวง สุภาฉาย ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 คดีที่พลทหารประจำการสมคบกับพวก ซึ่งไม่ปรากฏว่าเป็นทหารหรือพลเรือนกระทำผิด ต้องขึ้นศาลพลเรือนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นทหารประจำการ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม2496 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีกประมาณ 5 คน ที่หลบหนี ได้บังอาจสมคบกันมีปืน มีดดาบ และมีดพกเป็นอาวุธ ทำการปล้นทรัพย์ของนายศิริ เคียงประพันธ์ นางไพเราะ เคียงประพันธ์ และนายฉลวย แซ่อั๋ง ไปรวมเป็นเงิน 5,848 บาท ตามบัญชีท้ายฟ้อง ในการปล้น จำเลยกับพวกได้ใช้มีดและปืนขู่เข็ญทำร้ายผู้เสียหาย ใช้ปืนยิงนายฉลวยบาดเจ็บ และจับตัวนางไพเราะไปปล่อยไว้กลางทุ่งนา ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยได้ และได้กระสุนปืนในที่เกิดเหตุ 1 นัด เหตุเกิดที่ตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อหา และตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะ1. จำเลยเป็นทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2496 (ฉบับที่ 5) มาตรา 4 บัญญัติให้ดำเนินคดีในศาลทหารกรุงเทพฯ2. จำเลยถูกควบคุมตัวนับจากวันถูกจับจนถึงวันฟ้องเกินกว่า 6 เดือน เกินอำนาจกฎหมายซึ่งให้ควบคุมตัวจำเลย3. จำเลยมีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลอาญาขอให้ยกฟ้องศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อตัดฟ้องของจำเลยข้อ 2 ข้อ 3ฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อ 1 นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีเหตุควรสงสัยว่าพลเรือนกระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วยหรือไม่ ทำให้ไม่แน่ว่าจะต้องฟ้องต่อศาลทหารหรือศาลพลเรือน ถ้าจะฟ้องต่อศาลพลเรือนก็ต้องมีความเห็นของอัยการทหารให้พิจารณาใน