การกระทำของคนกลางที่ช่วยติดต่อโดยสุจริตให้ผู้เสียหายไถ่ทรัพย์ที่ถูกลักคืนจากคนร้าย โดยไม่ได้สมคบเพื่อเอาค่าไถ่เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่เป็นความผิดฐานรับ
ผู้ที่เป็นคนกลางช่วยติดต่อโดยสุจริตให้ผู้เสียหายไถ่ของที่ถูกลักไปคืนมาจากคนร้าย ไม่ได้สมคบกับคนร้ายเพื่อจะเอาค่าไถ่เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีความผิดฐานรับของโจร
ให้ยกฎีกาโจทก์ โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ผู้เสียหายขอร้องให้นายปลั่งช่วยติดตามรถจักรยานสามล้อที่ถูกลักไปคืน โดยจะให้ค่าป่วยการ นายปลั่งรับปากและติดต่อจนได้รถคืน โดยเรียกค่าไถ่ 450 บาท แต่ไม่ได้สมคบกับคนร้ายเพื่อเอาประโยชน์ส่วนตัว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2498พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายปลั่ง มีอยู่ ที่ 1 นายดำรงค์ น้อยศรี ที่ 2จำเลยนายเลื่อน ศรีสร้อย ที่ 3จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ผู้ที่เป็นคนกลางช่วยติดต่อโดยสุจริตให้ผู้เสียหาย ไถ่ของที่ถูกลักไปคืนมาจากคนร้าย ไม่ได้สมคบกับคนร้าย เพื่อจะเอาค่าไถ่เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีความผิดฐานรับของโจรโจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องว่าเมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2497 มีคนร้ายลักรถจักรยานสามล้อคันหนึ่ง ราคา 3,000 บาทของนางเนียม ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายเภาไป ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2497 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามได้ และได้รถจักรยานสามล้อที่หายเป็นของกลาง โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ติดต่อนำมาคืนให้โดยเรียกค่าไถ่ ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสามสมคบกันเป็นคนร้ายลัก หรือมิฉะนั้นระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2497 ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2497 เวลาใดไม่ปรากฏ จำเลยสมคบกันรับรถจักรยานสามล้อรายนี้ไว้ โดยรู้ว่า เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลป้อมปราบ และตำบลเทพศิรินทร์ อำเภอป้อมปราบจังหวัดพระนคร ก่อนคดีนี้ นายปลั่ง นายดำรงค์ จำเลย เคยต้องโทษมาแล้ว ตามใบแดงแจ้งโทษ นายดำรงค์ จำเลยพ้นโทษไปยังไม่เกิน 5 ปีไม่เข็ดหลาบขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายนายดำรงค์ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้รับรถจักรยานสามล้อไว้โดยรู้ว่า เป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้ว ก็รับว่าเป็นความจริงนายปลั่ง นายเลื่อน จำเลย ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาได้ความตามคำพยานโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2497 นายเภาได้เช่ารถจักรยานสามล้อ ก.ท.04787 ของนางเนียมไปขับขี่รับจ้าง ครั้นเวลา 23 นาฬิกา ได้จอดรถที่หน้าร้านกาแฟวัดเล่งเ