ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2498นางพู่หน่ำ แซ่พู่โจทก์นายจี้ตั้น หรือโกตุ้นจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา แผลถูกต่อยบริเวณใต้นมซ้ายเป็นรอยฟกช้ำ กว้างยาว 3 เซนติเมตร อาการฟกช้ำและไอ ไม่เป็นบาดเจ็บโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2497 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจใช้เท้าและมือทำร้ายร่างกายโจทก์ เช่น เตะ ถีบ ชก แทงโจทก์ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถประกอบการงานได้ประมาณ 16 วันดังปรากฏในใบชันสูตรบาดแผลซึ่งโจทก์จะขอหมายเรียกส่งศาลในวันพิจารณา เหตุเกิดที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาโจทก์ได้แจ้งความให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแล้ว เจ้าพนักงานสอบสวนพิจารณาปรับจำเลยเสียเอง ซึ่งโจทก์เห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจที่จะปรับจำเลยได้ เพราะการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บมาก โจทก์จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 254ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องไว้จำเลยให้การรับว่า ได้ชกโจทก์ 1 ที เพราะบันดาลโทสะเนื่องจากโจทก์ด่าว่าท้าทายจำเลยก่อน และขอตัดฟ้องว่า คดีนี้จำเลยถูกปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานสอบสวน เป็นเงิน 50 บาทแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องร้องอีกได้ ขอให้ศาลยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยชกโจทก์เพียง 1 ที บาดแผลของโจทก์เป็นเพียงบาดแผลฟกช้ำไม่ ถึงบาดเจ็บเป็นแต่เพียงนายแพทย์พยานโจทก์ว่า โจทก์มีอาการเจ็บที่ชายโครงและมีอาการไอ ซึ่งก็ไม่พอว่าเป็นบาดเจ็บทุพพลภาพ ตามกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษการกระทำของจำเลยเป็นผิดเพียงฐานลหุโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 338(3) ซึ่งปรากฏว่า เรื่องนี้พนักงานสอบสวน อำเภอเมืองได้เปรียบเทียบปรับจำเลย เป็นเงิน 50 บาท จำเลยยินยอมชำระค่าปรับ คดีอาญาจึงเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหม