ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1372/2498นางอามิมะ อีซุฟซองกุเลีย (หม้าย) ที่ 1 นางสาวมาเลียม อีซุฟซองกุเลีย ที่ 2โจทก์นายเกษม ซองกุเลีย ที่ 3 นายประยุทธ ซองกุเลีย ที่ 4โจทก์นายอะฮามัด หรือเออีอิบราฮิม ซองกุเลีย ที่ 1จำเลยนายยูซุฟ อิบราฮิม ซองกุเลีย ที่ 2 นางหัดยาระ ที่ 3จำเลย พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ป.พ.พ. ป.วิ.พ. จ. ยอมให้ที่ดินเป็นทรัสต์ทำสุเหร่า จึงให้ลงชื่อสุเหร่าในโฉนดแต่เดิม แล้วเปลี่ยนจากชื่อสุเหร่าเป็นชื่อทรัสตี ได้ชื่อว่า จ. ได้สละที่ดินไปแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์ของ จ. ทายาทของ จ. ไม่เคยครอบครองที่ดินและทรัสตีก็ไม่ได้ครอบครองแทนทายาทของจ. จ.จะขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินนั้นไม่ใช่ทรัสต์ไม่ได้ตามฟ้องและคำให้การรับรองกันว่า ตั้งทรัสต์โดยชอบ เมื่อ พ.ศ.2443 คงเถียงกันว่า ทรัสตีทำผิดหน้าที่ควรถอดถอนหรือไม่ ศาลยกฟ้อง โจทก์จะฎีกาว่า ทรัสตีตั้งมา 50ปีแล้ว ควรสิ้นสภาพอ้างว่า เป็นข้อที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังนี้ ฎีกาโจทก์ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่โต้เถียงกันในฟ้องและคำให้การเลย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2443 นายอีซุฟฮัซซันโจอังกุเลีย หรือ อี.เอซ. โจอังกุเลีย หรืออีสฟซองกุเลีย ได้ทำหนังสือยกที่ดินที่ถนนเจริญกรุง ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง พระนคร พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนั้นให้เป็นทรัสต์ สำหรับบำรุงรักษาสุเหร่าที่ถนนตก พระนคร และการบุญทานอันเกี่ยวกับสุเหร่านั้น ให้ทรัสตีหรือทายาทของเขาถือไว้ใช้ในทรัสต์ โดยตั้งให้นางชุ่ม นายโมหะเม็ด นายฮัซซันและนายยากบฮัดยีอาลีบาย เป็นทรัสตีจัดการทรัสต์นั้น ปรากฏตามหนังสือตั้งทรัสต์ท้ายฟ้อง นายอี.เอซ. โจอังกุเลีย หรือซองกุเลียถึงแก่กรรมมาประมาณ50 ปีเศษแล้ว