ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2498นายอั้งกิมเอี๋ยว แซ่อั้ง ที่ 1 นางลิ่มอุ้ยยู้ ที่ 2โจทก์วัดเทพศิรินทราวาส โดยพระราชกวี รักษาการในตำแหน่งจำเลยเจ้าอาวาส ที่ 1 นายสนั่น แสนนิยงค์ ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 การที่ผู้ให้เช่าต่อสู้ว่าผู้เช่าทำผิดสัญญาโดยให้ผู้อื่นเช่าช่วงแต่ผู้เช่าปฏิเสธความข้อนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังสมข้างผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าก็ย่อมมีสิทธิเลิกสัญญากับผู้เช่าได้ข้อความในสัญญาระบุว่า "ผู้เช่าจะไม่เอาตึกรายนี้ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดโอนไปให้ผู้อื่นเช่าเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษร" เมื่อปรากฏว่าผู้เช่ามิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า ดังนี้จะถือว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าช่วงหาได้ไม่โจทก์ฟ้องขอให้แสดงสิทธิการเช่าซึ่งโจทก์เช่าบ้านจากจำเลยที่ 1 และแสดงว่าสัญญาเช่าระหว่างจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะ ให้จำเลยที่ 2 ออกจากบ้านจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าโจทก์ผิดสัญญาจึงบอกเลิกสัญญาและทำสัญญาให้จำเลยที่ 2 เช่าต่อไป จำเลยที่ 2 ว่าทำสัญญาโดยสุจริตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่า ให้จำเลยที่ 2 ออกไปจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าในประเด็นที่ว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิเลิกสัญญากับโจทก์หรือไม่นั้น ฝ่ายจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าโจทก์ทำผิดสัญญาโดยให้ผู้อื่นเช่าช่วงแต่ฝ่ายโจทก์ปฏิเสธความข้อนี้ พิเคราะห์พยานโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าคดีฝ่ายจำเลยมีพยานและเหตุผลน่าเชื่อว่าโจทก์ได้ให้นางก้วยง่วยง้อและนางทิ้งเช่าช่วงตึกรายพิพาทจริงและเห็นว่าตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ระบุข้อความชัดแจ้งว่าผู้เช่าจะไม่เอาตึกรายนี้ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดโอนไปให้ผู้อื่นเช่า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช