ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2498นายคำ อยู่พิชน์โจทก์นายเชย แพงไตร ที่ 1 นายเนย สุวรรณวงษ์ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้เงิน ฮ..ฮ. ให้โจทก์ทำสัญญาเป็นขายที่ดินให้ ฮ. ตกลงกันว่าโจทก์ใช้เงินกู้คืนแล้วฮ. โอนที่ดินคืนให้ โจทก์ใช้เงินแล้ว ฮ.ตายเสียกอนโอน จำเลยกลับอ้างว่า เป็นหุ้นส่วนเจ้าของที่ดินร่วมกับ ฮ. โจทก์จึงขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ ดังนี้ โจทก์นำสืบพยานบุคคลได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเอกสารสัญญาขายที่ดินโจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2493 โจทก์ได้กู้เงินจากนายเฮงไชยรัตน์ ไปเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี โดยนายเฮงคิดค่าป่วยการจากโจทก์ 1,000 บาท ในการนี้นายเฮง ต้องการหลักประกันอันมั่นคงจากโจทก์ จึงไม่ให้โจทก์ทำสัญญากู้ แต่ให้โจทก์ทำสัญญาโอนที่ดิน ตำบลเกยไชยอำเภอชุมแสง เนื้อที่ 12 ไร่เศษ ของโจทก์ให้แก่นายเฮง โดยตกลงกันไว้ว่า เมื่อโจทก์ชำระเงินกู้ให้นายเฮงคืนแล้ว นายเฮงจะโอนที่ดินดังกล่าวแล้วมาเป็นชื่อโจทก์ตามเดิม เจตนาอันแท้จริงระหว่างโจทก์กับนายเฮง จึงเป็นการทำนิติกรรมอำพรางการกู้เงินกันเท่านั้น นับแต่วันทำสัญญาโอนที่ดินดังกล่าวข้างต้น โจทก์คงเป็นผู้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ไม่ขาดสายจนบัดนี้ ครั้นเดือนเมษายน 2494 โจทก์ได้นำเงินกู้ไปชำระให้นายเฮง ทั้งค่าป่วยการด้วย เป็นเงิน 6,000 บาทแต่ยังมิทันได้ไปทำนิติกรรมโอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นชื่อของโจทก์ นายเฮง ก็ถึงแก่ความตายเสียก่อน โจทก์คงครอบครองที่ดินแปลงนี้ต่อมาเช่นเดิม โดยจำเลยทราบว่า โจทก์เป็นเจ้าของตลอดมาบัดนี้ จำเลยทั้งสองได้ไปประกาศขายที่ดินดังกล่าวแล้ว ต่อคณะกรรมการอำเภอให้แก่นายเชิญโดยเจตนาไม่สุจริต โดยจำเลยทั้งสองอ้างว่าที่แปลงนี้เป็นหุ้นส่วนระหว่างนา