ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2498นายแปลก อักษรกูลโจทก์นายภัทร สวากรจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ทำหนังสือกู้ให้ไว้ เพื่อสมนาคุณที่ผู้กู้ขายสุกรให้ร้านสหกรณ์ซึ่งผู้ให้กู้เป็นเลขานุการ ได้ให้ความสะดวกแก่ผู้กู้ โดยผู้กู้ไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เลยอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้กู้นำสืบหักล้างเอกสารกู้ได้โจทก์จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 31เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2497โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2492 จำเลยได้ยืมเงินของโจทก์ไป 20,000 บาท สัญญาว่าจะคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์เมื่อทวงถามดังสำเนาสัญญาท้ายฟ้องโดยมิได้กำหนดดอกเบี้ยไว้ ต่อมาโจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยคืนต้นเงินและใช้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยก็เพิกเฉยเสีย ตั้งแต่วันยืมเงินจนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 4 ปี 15 วันจึงขอให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 26,062 บาท 40 สตางค์ แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้ยืมเงินรายนี้ไปจากโจทก์ หนังสือสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยไม่เคยทำให้โจทก์ ลายมือชื่อในสัญญาไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย ถ้าจะฟังว่า หนังสือสัญญาท้ายฟ้องจำเลยทำให้โจทก์จำเลยไม่มีเจตนาจะให้เป็นหนังสือสัญญากู้ยืม เพียงแต่โจทก์ให้ทำขึ้นเป็นหลักฐานในการที่โจทก์ขอเงินจากจำเลย ๆ จะให้เงินโจทก์เป็นการสมนาคุณที่จำเลยซื้อสุกรมีชีวิตมาขายในร้านสหกรณ์เบตง จำกัดสินใช้ซึ่งโจทก์เป็นเลขานุการ ได้อำนวยความสะดวกให้จำเลย และจำเลยได้ให้เงินแก่โจทก์ตามจำนวนที่โจทก์ขอไปแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ยืมเงินของโจทก์ก็ไม่ต้องใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวทวงถามตามสัญญาอำนาจฟ้องจึงยังไม่เกิดขึ้นในวันนัดสืบพยาน จำเลยแถลงว่า สัญญาท้ายฟ้องเป็นสัญญาที่จำเลยทำไว้ให้โจทก์จริง เหตุที่ทำสัญญาก็แถลงทำนองเดียวกับที่กล