ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2540พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีโจทก์นาย สมภาพ เกิดจันทร์จำเลย ป.อ. ม. 21 วรรคสอง ป.วิ.อ. ม. 212ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุก 28 เดือน เมื่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสองบัญญัติว่า ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือนให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือนถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ฉะนั้น ในกรณีกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนในส่วนที่เมื่อรวมกันถึง 12 เดือน ก็จะคิดคำนวณวันที่จำคุกเพียง 360 วัน แต่ถ้าถือว่าการลงโทษจำคุก 12 เดือน เป็นกำหนดโทษจำคุก 1 ปี แล้วจะคิดคำนวณวันที่จำคุกได้ถึง 365 วัน หรือ 366 วัน ย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยดังนี้ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุกจำเลยเป็นเดือนจึงชอบแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 91 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 441,664 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352วรรคแรก, 91 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 20 วัน รวม 84 กระทง รวมจำคุก 4 ปี8 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 4 เดือน เนื่องจากจำเลยชำระเงินแก่ผู้เสียหายแล้ว130,000 บาท จึงให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 311,664 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า รวมโทษจำคุกจำเลย 1,680 วัน หรือ 56เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 28 เดือน และให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 301,664 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นจำคุ