ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8033/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8033/2540นาง เปรียบ กูรมะโรหิตโจทก์นาง สุนันท์ เศรนิจิตระกะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 240, ม. 1476 (เดิม), ม. 1480 (เดิม)การที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนสินสมรสโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งนั้นมีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาที่รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือ10 ปี นับแต่ได้ทำนิติกรรมดังกล่าว เมื่อปรากฏว่าช่วงเวลานับแต่วันที่เจ้ามรดกซึ่งเป็นคู่สมรสฝ่ายหนึ่งโอนที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างเจ้ามรดกกับโจทก์ให้แก่ฝ่ายจำเลยจนถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวล่วงพ้นกำหนด10 ปี นับแต่ได้ทำนิติกรรมนั้น คดีโจทก์จึงขาดอายุความ แม้ที่ดินพิพาทจะเป็นสินสมรสดังที่โจทก์กล่าวอ้างสภาพแห่งการเป็นสินสมรสของที่ดินพิพาทย่อมหมดสิ้นไปนับแต่เจ้ามรดกซึ่งเป็นคู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมโอนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวที่ดินพิพาทไม่อาจกลับคืนสภาพมาเป็นสินสมรสอันเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างโจทก์กับเจ้ามรดกได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2491 โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับขุนวรรณการพินิจ ระหว่างสมรสได้ร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจึงเป็นสินสมรส แต่โฉนดที่ดินลงชื่อขุนวรรณการพินิจเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว วันที่ 4 สิงหาคม 2523 ขุนวรรณการพินิจได้ยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หาโดยโจทก์มิได้ยินยอมและวันที่28 พฤษภาคม 2524 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ถือกรรมสิทธิ์รวมโดย