ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8056/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8056/2540นาง สุรางค์รัตน์ รุ่งอภินันท์โจทก์นางสาว สุกัญญา องค์วิเศษไพบูลย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 144, ม. 157, ม. 176 วรรคแรก, ม. 368เมื่อปรากฏว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายอาคารพิพาทโดยเข้าใจว่าอาคารดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 614 และ 616 แต่ไม่ทราบมาก่อนว่าอาคารดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 615 แม้จำเลยจะสามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ของอาคารพิพาทพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 614 และ 616 ให้โจทก์ได้หรือไม่ก็ตาม แต่โดยที่อาคารดังกล่าวเป็นส่วนควบของที่ดินโฉนดเลขที่ 615 ตามกฎหมายด้วย เมื่อตีความสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวของโจทก์และจำเลยโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีในทางสุจริตแล้ว ต้องถือว่าไม่อยู่ในความประสงค์ของโจทก์ที่จะเข้าทำสัญญาดังกล่าวโดยไม่อาจได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อทั้งหมดได้ ต้องถือว่าโจทก์เข้าทำสัญญาจะซื้อขายอาคารพิพาทกับจำเลยโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินซึ่งเป็นสาระสำคัญ สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวจึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาดังกล่าวจึงมีผลเท่ากับเป็นการบอกเลิกโมฆียะกรรมและต้องถือว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะมาตั้งแต่เริ่มแรก โจทก์และจำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยโจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยคืนเงินมัดจำที่รับไปพร้อมดอกเบี้ย แต่ไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดระหว่างกันได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อขายอาคารเลขที่ 1/20ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 614 และ 616 ในราคา 2,800,000 บาท โจทก์ได้วางมัดจำแก่จำเลย 100,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ หากจำเลยผิดสัญญายินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 600,000 บาท หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์ได้นำอาคารพร้อมโฉนดที่ดินไปเสนอขอกู้เงินต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด แต่ธนาคา