ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8278/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8278/2540นาย ประเสริฐ ศรีชวาลา กับพวกโจทก์นาย สุพัฒน์ ศิวะศรีอำไพจำเลย ป.อ. ม. 177 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 28ราคาที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยเบิกความกล่าวอ้างถึงในคดีแพ่งที่โจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท อ. จำกัด กับพวก เป็นจำเลย เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท อ. จำกัด ดังนั้น ไม่ว่าคำเบิกความของจำเลยเกี่ยวกับราคาค่าที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยซื้อมาจะจริงหรือเท็จ หากศาลในคดีแพ่งพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นฝ่ายชนะคดีค่าเสียหายสำหรับราคาค่าที่ดินดังกล่าวย่อมตกได้แก่บริษัท อ. จำกัด มิได้ตกแก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาเบิกความเท็จ แม้โจทก์ทั้งสองจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท อ. จำกัด แต่โดยที่โจทก์ทั้งสองไม่ได้เป็นกรรมการของบริษัท โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ตัวแทนของบริษัทผู้ได้รับความเสียหายและไม่มีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีกับจำเลย หากโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายจากการดำเนินกิจการของกรรมการของบริษัท โจทก์ทั้งสองก็มีอำนาจที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรรมการนั้นได้ตามกฎหมายโดยตรงโจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองกับพวกได้ฟ้องบริษัทเอส.บี.เอสเตท จำกัด กับพวก เป็นคดีหมายเลขดำที่ 16835/2533 ของศาลแพ่ง ต่อมาวันที่ 29มิถุนายน 2537 เวลากลางวัน จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีดังกล่าวว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทในราคา 1,500,000 บาท และนายประชาน้องชายจำเลยก็ซื้อที่ดินแปลงติดกันในราคาเดียวกัน โดยความจริงจำเลยซื้อที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 1643 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทเอส.บี.เอสเตท จำกัด ในราคา 19,000,000 บาทเศษ คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะหากศาลเชื่อคำเบิกความของจำเลยและพิพากษาให้บริษั