ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2542พนักงานอัยการจังหวัดระยองโจทก์นาย สมาน เกษกำจรจำเลย ป.อ. ม. 90, ม. 137, ม. 267 ป.วิ.อ. ม. 195ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียว มิใช่หลายกรรมต่างกัน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้ ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยให้ จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนเรื่องโฉนดที่ดินสูญหาย และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสมียนประจำวันสถานีตำรวจเดียวกันจดบันทึกข้อความลงในรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารดังกล่าวสูญหาย เป็นการกระทำในวันเดียวกันและเวลาต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนาเดียวกันที่จะขอคัดสำเนาเอาข้อความเท็จนั้นไปแสดงอ้างอิงเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อขอรับใบแทนโฉนดที่ดิน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม มาตรา 267 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2538 เวลากลางวัน จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ แจ้งข้อความต่อร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์ แป้นสุวรรณพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลเพ ซึ่งทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวนประจำวันว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 7417 และโฉนดที่ดินเลขที่ 11799 ของจำเลยหายไปอันเป็นความเท็จความจริงแล้วโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับมิได้สูญหาย หากแต่ฉบับแรกจำเลยยินยอมให้ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมยึดถือไว้ ส่วนฉบับหลังจำเลยมอบให้ผู้ให้กู้ยืมเงินยึดถือไว้เป็นประกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวอาจทำให้บุคคลดังกล่าวหรือประชาชนได้รับความเสียหาย และจำเลยแจ้งให้จ่าสิบตำรวจไชยา หาญมานพ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรตำบลเพ ผู้กระทำการตามหน้าที่เป็นเสมี