ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2542
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2542นาย วิชัย จริยธรรมานุกูลโจทก์พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีผู้ร้องนาง ศรีโสภิต ถาวร กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 1 (14), ม. 1 (15), ม. 28, ม. 195, ม. 216 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม. 11ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องและจำเลยขอคืนค่าปรับศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนค่าปรับแก่จำเลย กรณีจึงเป็นเรื่องผู้เสียหายใช้อำนาจฟ้องคดีต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 โดยพนักงานอัยการมิได้เป็นคู่ความในคดีด้วย ทั้งกรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11 ที่จะให้พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีนี้ได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ดังนั้น พนักงานอัยการจึงไม่สามารถเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ และไม่มีสิทธิฎีกาคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดตามเช็คฉบับแรก จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด1 ปี ปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 60,000 บาท ความผิดตามเช็คฉบับหลังจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 เดือน ปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 20,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด1 ปี 8 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยที่ 2 ได้ชำระค่าปรับและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่าง