ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2504

ประเด็นกฎหมาย

การใช้ทางพิพาทโดยอาศัยสิทธิเช่าและภายหลังซื้อที่ดิน เมื่อรวมระยะเวลาเกิน 10 ปี จะได้ภารจำยอมโดยอายุความหรือไม่

หลักกฎหมาย

ภารจำยอมในเรื่องทางเดินเป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง กฎหมายเพ่งเล็งถึงความสำคัญของที่ดิน ไม่ใช่ส่วนตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของ เมื่อรวมระยะเวลาการใช้ทางพิพาททั้งตอนเช่าและตอนเป็นเจ้าของรวมกันเกิน 10 ปี โจทก์ย่อมได้ภารจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ

คำวินิจฉัย

โจทก์ย่อมได้ภารจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ที่ 1 เช่าที่ดินสามยทรัพย์ปลูกบ้านอยู่ และโจทก์ที่ 2 เช่าบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่ในที่ดินนั้นด้วย ระหว่างนั้นโจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาทเดินเข้าออกสู่ทางสาธารณะเรื่อยมา ต่อมาโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินนั้น และคงใช้ทางพิพาทเดินตลอดมา ระยะเวลาการใช้ทางพิพาททั้งสองตอนรวมกันเกิน 10 ปี

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2504นายเล็ก ขมประเสริฐ ที่ 1 นายทองย้อย ทองปลิว (หม้าย) ที่ 2โจทก์นางสาวสมจิตต์ อัศววิลัย ที่ 1 นางสวย อัศววิลัย ที่ 2 นางบุบผา จิรานุวัฒน์ ที่ 3จำเลย ป.พ.พ. ภารจำยอมในเรื่องทางเดินเป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่งกฎหมายเพ่งเล็งถึงความสำคัญของที่ดิน ไม่ใช่ส่วนตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของ ตอนแรกโจทก์ที่ 1 เช่าที่ดินสามยทรัพย์ปลูกบ้านอยู่ และโจทก์ที่ 2 เช่าบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่ในที่ดินนั้นด้วยระหว่างนั้นโจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาทเดินเข้าออกสู่ทางสาธารณเรื่อยมา ตอนหลังโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินนั้น และคงใช้ทางพิพาทเดินตลอดมาเมื่อรวมระยะเวลาทั้ง 2 ตอนเกิน 10 ปี โจทก์ย่อมได้ภารจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ(อรรถไพศาลศรุดี-ชวน สิงหลกะ-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ