ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2504

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้และการรับสภาพหนี้

หลักกฎหมาย

การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้และต้องมีสัญญาสามฝ่าย การที่ลูกหนี้ตอบรับใบทวงหนี้ว่าเป็นหนี้จริงและไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้ถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

คำวินิจฉัย

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย แต่ไม่ปรากฏผลคำพิพากษาที่ชัดเจนในข้อความที่ให้มา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ข้าราชการบำนาญขอซื้อไม้จากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้โดยมิได้แจ้งว่าเป็นตัวแทน และขอลดราคาในฐานะข้าราชการบำนาญ องค์การฯ เชื่อว่าซื้อเองจึงลดราคาให้ ทำให้สัญญาซื้อขายเกิดขึ้นโดยตรงระหว่างองค์การฯ กับข้าราชการบำนาญนั้น ต่อมาลูกหนี้ตอบรับใบทวงหนี้ว่าเป็นหนี้จริงและไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2504องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยนายวิบูลย์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการโจทก์หลวงนรกิจบริหาร ที่ 1 นายตุ้นจี้ แซ่อุย หรือตุนจี แซ่อุย ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ข้าราชการบำนาญ ขอซื้อไม้จากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มิได้แจ้งว่ากระทำในฐานะตัวแทนใครโดยว่าขอซื้อไม้สักเพื่อสร้างตึกของตนเอง และขอลดราคาไม้ในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการบำนาญองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เชื่อว่าข้าราชการบำนาญผู้นั้นซื้อเอง จึงลดราคาไม้ให้ดังนี้การซื้อขายไม้ดังกล่าวจึงเป็นสัญญาซื้อขายระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้และข้าราชการบำนาญผู้นั้นโดยตรง การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ด้วยการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้นจะต้องมีสัญญาเป็นสามฝ่าย คือสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดิมว่าเจ้าหนี้ยอมรับเอาลูกหนี้ใหม่เป็นลูกหนี้ของตนต่อไป โดยระงับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ต่อลูกหนี้เดิมกับมีสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ว่าลูกหนี้ใหม่จะเข้ารับชำระหนี้แทนลูกหนี้เก่า การที่ลูกหนี้ตอบรับใบทวงหนี้ของเจ้าหนี้ว่าเป็นหนี้จริงและไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้รายนั้นย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ อายุความย่อมสะดุดหยุดลง(บริรักษ์จรรยาวัตร-ประมูล สุวรรณศร-สนิท สุมาวงศ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ