ปัญหาข้อกฎหมายว่าคำฟ้องที่บรรยายรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้ระบุผู้แทนของวัด ถือว่าโจทก์ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้รับผิดได้หรือไม่ และเมื่อไม่ปร
คำฟ้องที่บรรยายรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้ระบุผู้แทนของวัด ถือว่าโจทก์ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้รับผิดได้ และเมื่อไม่ปรากฏวันผิดนัด ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่า คำฟ้องที่บรรยายรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้ระบุผู้แทนของวัด ถือว่าโจทก์ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้รับผิดได้ และเมื่อไม่ปรากฏวันผิดนัด ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง
ในฟ้องระบุวัดเป็นจำเลยที่ 1 และบรรยายรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้ระบุผู้แทนของวัด วัดมิได้โต้แย้งว่ามิได้เป็นคู่สัญญา และไม่ปรากฏวันผิดนัด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2504นายเหลื่อม เคหะนาค ที่ 1 นายไต้พก แซ่พู ที่ 2โจทก์วัดผาสุการาม (โดยพระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาส) ที่ 1 พระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง ที่ 2 พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3 นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที่ 4 นายทองสุข เกิดเจริญ ที่ 5จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ในช่องคู่ความในฟ้องใส่ว่า วัดเป็นจำเลยที่ 1 ในคำบรรยายฟ้องมีความรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้บรรยายว่าวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นได้ทำสัญญาว่าจ้างโดยใครเป็นผู้แทน คำฟ้องเช่นนี้ถือว่าโจทก์ได้ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้มีความรับผิดตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วยและวัดก็มิได้โต้แย้งว่าวัดมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงไม่มีประเด็นว่าวัดไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้เป็นคู่สัญญาแต่ประการใด ฟ้องเรียกเงินและดอกเบี้ยตั้งแต่ผิดนัด เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏวันผิดนัด ศาลตัดสินให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง(สัญญา ธรรมศักดิ์-เจริญ ฤทธิศาสตร์-อนุสสรนิติสาร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ