การนำมาตรา 59(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ให้จำเลยที่จงใจขาดนัดได้รับประโยชน์ร่วมกับจำเลยที่ไม่ได้จงใจขาดนัด และลักษณะของคำสั่งให้พิจาร
ไม่สามารถนำมาตรา 59(1) มาใช้ให้จำเลยที่จงใจขาดนัดได้รับประโยชน์ร่วมกับจำเลยที่ไม่ได้จงใจขาดนัดได้ และคำสั่งให้พิจารณาใหม่ภายหลังคำพิพากษาไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา
ไม่สามารถนำมาตรา 59(1) มาใช้ให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ และคำสั่งให้พิจารณาใหม่ภายหลังคำพิพากษาไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา
ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีโดยจำเลยขาดนัด จำเลยร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 จงใจขาดนัด ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2504นายหะยีแวนาปี บินหะยีดือเร๊ะโจทก์นายอาแว บินเจะแม ที่ 1 นายหะยีมะตาเย๊ะ บินหะยีหะมะ ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไปโดยจำเลยขาดนัด จำเลยร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 จงใจขาดนัดส่วนจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด กรณีเช่นนี้จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 59(1) มาปรับ เพื่อให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ด้วยกับจำเลยที่ 1 ไม่ได้ คดีต้องพิจารณาใหม่โดยให้จำเลยที่ 1 มีโอกาสให้การแต่จำเลยที่ 2 คงถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การเช่นเดิม จำเลยที่ 2จะได้รับประโยชน์ในชั้นพิจารณาอย่างใดหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่รูปคดีเป็นอีกตอนหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้พิจารณาใหม่ ภายหลังเมื่อตัดสินแล้วไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา(อนุสสรนิติสาร-ชวน สิงหลกะ-การุณย์นราทร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ