การกู้เงินโดยนำใบรับของคลังสินค้ามามอบให้เป็นประกันเป็นการจำนำหรือไม่ และโจทก์เป็นเจ้าหนี้มีประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 หรือไม่ รวมถึงก
การกู้เงินโดยนำใบรับของคลังสินค้ามามอบไว้ให้เป็นการกู้เงินโดยมีใบรับของคลังสินค้าเป็นประกัน มิใช่จำนำ และเมื่อจำเลยนำสินค้าขายไปหมดแล้ว โจทก์จึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 การที่จำเลยย้ายที่อยู่หลายคราวเป็นการถาวรโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ และเมื่อโจทก์ฟ้องไม่สามาร
โจทก์มิใช่เจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 และจำเลยต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 8(4) ข
จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์และรับเงินไป โดยนำใบรับของคลังสินค้ามามอบไว้ให้โจทก์ ต่อมาจำเลยนำสินค้าที่อ้างถึงในใบรับของคลังสินค้าขายไปหมดแล้ว จำเลยย้ายที่อยู่หลายคราวเป็นการถาวร โดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลย ไม่สามารถส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยได้ ต้องประกาศหนังสือพิมพ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2504บริษัทไทยประสิทธิ์ประกันภัยและคลังสินค้า จำกัดโจทก์นายประกอบ วัชสินธุ์จำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ และรับเงินไปโดยนำใบรับของคลังสินค้ามามอบไว้ดังนี้ เป็นการกู้เงินโดยมีใบรับของคลังสินค้าเป็นประกัน มิใช่จำนำ และต่อมาจำเลยก็นำสินค้านั้นขายไปหมดแล้วโจทก์จึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ แล้วจำเลยย้ายที่อยู่หลายคราวเป็นการถาวรเมื่อจำเลยย้ายไปโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเวลาโจทก์ฟ้องก็ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้ไม่ได้ ต้องประกาศหนังสือพิมพ์ ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยได้ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่ เพื่อประวิงการชำระหนี้ หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา8(4)ข.(สัญญา ธรรมศักดิ์-ประจักษ์ศุภอรรถ-เจริญ ฤทธิศาสตร์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ