ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 548/2504

ประเด็นกฎหมาย

ข้อกำหนดในสัญญาที่ไม่ใช่สารสำคัญ การไม่ปฏิบัติตามไม่ทำให้ผิดสัญญา

หลักกฎหมาย

ข้อความในสัญญาอาจมีได้ 2 ประการ คือ ข้อกำหนดอันเป็นสารสำคัญในการแสดงเจตนาตกลงกัน กับข้อกำหนดอันเป็นแต่เพียงเพื่อเหตุวิธีการที่จะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นสารสำคัญ การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดประการหลังไม่ทำให้คู่กรณีตกเป็นผู้ผิดสัญญา หากต้องรับผิดก็เพียงชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่การนั้น

คำวินิจฉัย

การที่ผู้ขายไม่ไปขอแบ่งแยกโฉนด แต่ได้ขอโอนที่ดินทั้ง 22 ไร่ ให้ผู้ซื้อโดยไม่คิดราคาเพิ่ม ไม่เป็นการฝ่าฝืนผิดข้อสัญญาอันจะเรียกเอาค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

คู่สัญญาทำสัญญาขายที่ดิน โดยผู้ขายตกลงแบ่งแยกที่ดิน 1 ไร่ เพื่อขายให้ผู้อื่น ส่วนที่เหลือ 21 ไร่ ขายให้ผู้ซื้อ โดยผู้ขายต้องขอแบ่งแยกโฉนดภายใน 30 วัน ต่อมาผู้ขายไม่ขอแบ่งแยกโฉนด แต่ขอโอนที่ดินทั้ง 22 ไร่ ให้ผู้ซื้อโดยไม่คิดราคาเพิ่ม

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 548/2504นายทองหล่อ เหรียญมนีโจทก์นางปทุม สาธุฐิติจำเลย ป.พ.พ. ข้อความในสัญญาอาจมีได้ 2 ประการ คือ ข้อกำหนดอันเป็นสารสำคัญในการแสดงเจตนาตกลงกันประการหนึ่ง กับข้อกำหนดอันเป็นแต่เพียงเพื่อเหตุวิธีการที่จะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นสารสำคัญแห่งข้อตกลงนั้นอีกประการหนึ่ง การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดประการหลังนี้ หาทำให้คู่กรณีตกเป็นผู้ผิดสัญญาไม่ถ้าจะต้องรับผิดก็เพียงแต่ชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่การนั้นเท่านั้น ทำสัญญากันว่า ผู้ขายตกลงขายที่ดินให้ผู้ซื้อโดยแบ่งแยกออกเสียก่อน 1 ไร่ เพื่อผู้ขายจะขายให้คนอื่น ส่วนที่เหลือ 21 ไร่ ขายให้ผู้ซื้อโดยผู้ขายต้องไปขอแบ่งแยกโฉนดใน 30 วัน นั้น ข้อกำหนดที่ผู้ขายต้องแบ่งแยกโฉนดออก 1 ไร่ หาใช่ข้อสารสำคัญที่ผู้ขายจะต้องปฏิบัติการชำระหนี้แก่ผู้ซื้อไม่ฉะนั้น การที่ผู้ขายไม่ไปขอแบ่งแยกโฉนด แต่ได้ขอโอนที่ดินทั้ง22 ไร่ ให้ผู้ซื้อโดยไม่คิดราคาเพิ่ม จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนผิดข้อสัญญาอันจะเรียกเอาค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับได้(ประมูล สุวรรณศร-บริรักษ์จรรยาวัตร-สนิท สุมาวงศ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ