ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2504

ประเด็นกฎหมาย

การตีความคำว่า "เงินได้หรือผลกำไร" ตามประมวลรัษฎากร และหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลของผู้กระทำการแทนบริษัทต่างประเทศที่ประกอบการค้าในประเทศไทย

หลักกฎหมาย

คำว่า "เงินได้หรือผลกำไร" ตามประมวลรัษฎากร มิได้จำกัดเฉพาะตัวเงินสด แต่รวมถึงเครดิตหรือสิ่งอื่นใดที่ได้รับในประเทศไทย เมื่อบริษัทต่างประเทศประกอบการค้าในประเทศไทย ผู้กระทำการแทนย่อมเป็นผู้ประกอบการค้าตามประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลเช่นเดียวกับผู้ประกอบการค้าทั่วไป

คำวินิจฉัย

ผู้กระทำการแทนบริษัทต่างประเทศที่ประกอบการค้าในประเทศไทยมีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลเช่นเดียวกับผู้ประกอบการค้าทั่วไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทยิ่งเจริญพานิช จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องกรมสรรพากรและนายหิรัญ สูตะบุตรเป็นจำเลย คดีนี้เป็นฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2504บริษัทยิ่งเจริญพานิช จำกัดโจทก์กรมสรรพากร ที่ 1 อธิบดีกรมสรรพากรจำเลยนายหิรัญ สูตะบุตร) ที่ 2จำเลย ป.รัษฎากร พ.ร.บ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497 ภาษีเงินได้นั้นประมวลรัษฎากรมิได้บัญญัติมุ่งถึงการรับตัวเงินในที่ใดเลย หากเป็นกรณีบริษัทในต่างประเทศ ก็ให้พิเคราะห์ถึงผลว่าบริษัทในต่างประเทศนั้นได้รับเงิน หรือผลกำไรในประเทศไทยหรือไม่ คำว่า เงินได้หรือผลกำไรนั้น มิใช่ตัวเงินสด บริษัทในต่างประเทศจะได้รับในทางเครดิตหรือทางอื่นใดก็ตาม ถ้าเป็นเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทยแล้วก็ย่อมอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรภาษีการค้านั้น เมื่อบริษัทที่อยู่ต่างประเทศได้ประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทย ผู้กระทำการแทนจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบการค้าตามความหมายของประมวลรัษฎากรด้วย ฉะนั้นผู้ประกอบการค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าอย่างไรผู้กระทำการแทนบริษัทที่อยู่ต่างประเทศก็ต้องมีหน้าที่เสียอย่างนั้นภาษีเทศบาลนั้น เมื่อโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรแล้ว โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเทศบาลด้วย(ประมูล สุวรรณศร-บริรักษ์จรรยาวัตร-สำราญ ศิริพันธ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ