ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2504

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องตามสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นฟ้องทางแพ่งหรืออาญา และอายุความ

หลักกฎหมาย

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่กฎหมายให้อำนาจกระทรวงการคลังออกประกาศหรือออกกฎกระทรวงกำหนดในการที่ทางราชการรับซื้อหรือออกขายนั้น เป็นเรื่องอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลังจะถือปฏิบัติอย่างไรเท่านั้น หาใช่กฎหมายที่จะบังคับใช้แก่ประชาชนโดยตรง การไม่นำเงินตราต่างประเทศมาขายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเ

คำวินิจฉัย

สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาที่ให้ไว้ ไม่ใช่เรื่องฟ้องทางแพ่งเนื่องจากความผิดทางอาญา แต่เป็นเรื่องฟ้องตามหนี้ที่จำเลยต้องผูกพันอยู่เดิม อายุความจึงเป็น 10 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยอ้างอัตราแลกเปลี่ยนที่ทางการกำหนด จำเลยไม่นำเงินตราต่างประเทศมาขายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นความผิดอาญา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2504กระทรวงการคลัง ที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ 2โจทก์นายฉอ้อน จงสงวนจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ป.วิ.อ. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่กฎหมายให้อำนาจกระทรวงการคลังออกประกาศหรือออกกฎกระทรวง กำหนดในการที่ทางราชการรับซื้อหรือออกขายนั้น เป็นเรื่องอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลังจะถือปฏิบัติอย่างไรเท่านั้น หาใช่กฎหมายที่จะบังคับใช้แก่ประชาชนอย่างไรไม่ ฉะนั้น อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราจะควรเป็นจำนวนเท่าใด จึงจะต้องถือตามวันเวลาที่ทำการแลกเปลี่ยน หรือควรจะได้ทำการแลกเปลี่ยนแม้จะมีกฎหมายว่า การไม่นำเงินตราต่างประเทศมาขายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นความผิดและมีโทษทางอาญาก็เป็นกรณีบังคับให้ขายเงินตราต่างประเทศอีกส่วนหนึ่งภายหลังต่างหาก ดังนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาที่ให้ไว้ จึงหาเป็นเรื่องฟ้องทางแพ่งเนื่องจากความผิดทางอาญาไม่ หากเป็นเรื่องฟ้องตามหนี้ที่จำเลยต้องผูกพันอยู่เดิมอายุความจึงเป็น 10 ปี(ประมูล สุวรรณศร-บริรักษ์จรรยาวัตร-สนิท สุมาวงศ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ