อำนาจของกรรมการบริษัทในการยื่นฎีกาหลังจากบริษัทเลิกและตั้งผู้ชำระบัญชีแล้ว
เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและตั้งผู้อื่นเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว อำนาจของกรรมการบริษัทย่อมหมดไป กรรมการของบริษัทซึ่งมิใช่ผู้ชำระบัญชีจึงไม่มีอำนาจลงชื่อในฟ้องฎีกาแทนบริษัทที่ได้เลิกไปก่อนวันยื่นฎีกา และผู้ชำระบัญชีจะให้สัตยาบันแก่ฎีกานั้นภายหลังที่พ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วไม่ได้
กรรมการของบริษัท 2 นาย ซึ่งมิใช่ผู้ชำระบัญชีไม่มีอำนาจลงชื่อในฟ้องฎีกาแทนบริษัทที่ได้เลิกไปก่อนวันยื่นฎีกา และผู้ชำระบัญชีจะให้สัตยาบันภายหลังที่พ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วไม่ได้
บริษัทโสภณพานิชกิจ จำกัด เป็นโจทก์ บริษัทนาวีพานิช จำกัด เป็นจำเลย ต่อมาบริษัทโจทก์ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและตั้งผู้อื่นเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว แต่กรรมการของบริษัท 2 นาย ซึ่งมิใช่ผู้ชำระบัญชีได้ลงชื่อในฟ้องฎีกาแทนบริษัทที่ได้เลิกไปก่อนวันยื่นฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071/2504บริษัทโสภณพานิชกิจ จำกัด โดยนายป๊อชง แซ่จังโจทก์กรรมการโจทก์บริษัทนาวีพานิช จำกัด โดยพลเรือตรีหลวงเจียรกลการจำเลยร.น. และนายจุลินทร์ ล่ำซำ กรรมการจำเลย ป.พ.พ. เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และตั้งผู้อื่นเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว อำนาจของกรรมการบริษัทย่อมหมดไป กรรมการของบริษัท 2 นาย ซึ่งมิใช่ผู้ชำระบัญชีจึงไม่มีอำนาจลงชื่อในฟ้องฎีกาแทนบริษัทที่ได้เลิกไปก่อนวันยื่นฎีกานั้นได้ และผู้ชำระบัญชีจะให้สัตยาบันแก่ฎีกานั้นภายหลังที่พ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วไม่ได้(ไชยเจริญ สันติศิริ-พจน์ ปุษปาคม-สารกิจปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ