การฟ้องแย้งในเรื่องสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์ที่เรียกค่าสินค้า
การฟ้องแย้งต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม หากเป็นคนละเรื่องกัน ฟ้องแย้งไม่ได้
จำเลยฟ้องแย้งไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินค้าที่จำเลยซื้อไป จำเลยฟ้องแย้งเรียกเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อรถยนต์คืนจากสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นคนละสัญญากับการซื้อสินค้า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2504บริษัทบาโรเบราน์ (1948) จำกัด โดยโจทก์นายซี. อี. เวสตัน และ พระยาปรีดานฤเบศร์ ผู้ชำระบัญชีโจทก์บริษัทไพศาลเจริญผล จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าต่างๆ จำพวกน้ำมันเครื่องอะไหล่ตู้เย็นและเครื่องโทรศัพท์ไปจากโจทก์ แล้วได้ชำระราคาให้โจทก์บ้าง และขอผัดผ่อนจำนวนที่ค้างเรื่อยมา ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้หนี้ที่ค้างจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ในระยะเวลาตามฟ้องจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าของโจทก์ เว้นแต่ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกให้โจทก์คือ จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนั้นไปจากโจทก์ ได้ชำระเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อบางงวด แล้วต่อมาโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา โจทก์เอารถคืนไปแต่ไม่คืนเงินให้จำเลย จึงขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้น กับใช้ค่าเสียหาย ดังนี้ เรื่องที่จำเลยฟ้องแย้ง กรณีเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก นอกเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่เกี่ยวกับฟ้องโจทก์จำเลยฟ้องแย้งดังกล่าวไม่ได้(สอาด นาวีเจริญ-สัญญา ธรรมศักดิ์-บริรักษ์จรรยาวัตร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ