ปัญหาว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ใช้บังคับแก่การควบคุมหรือขังโดยบุคคลธรรมดาหรือไม่ และคำร้องขอให้ออกหมายค้นเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกักขังโ
มาตรา 90 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล มิใช่บทลงโทษ คำว่า "ควบคุม" หรือ "ขัง" ในมาตรา 90 มีความหมายตามธรรมดา ไม่จำกัดตามนิยามในมาตรา 2(21)(22) และใช้บังคับแก่การควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะโดยเจ้าพนักงานหรือบุคคลธรรมดา
ถือได้ว่าผู้ร้องได้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ด้วย
ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลว่าภรรยาถูกคนร้ายสมคบกันฉุดคร่าไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนชำเรา ต่อมาสืบทราบว่าถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังที่บ้านบุคคลอื่น จึงขอให้ศาลออกหมายค้นเพื่อช่วยเหลือ โดยอ้างมาตรา 58(3) และ 69(3) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2504นายอับดุลรอมัน อิสสะมาแอล์ผู้ร้อง ป.วิ.อ. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หาใช่บทบัญญัติลงโทษการกระทำผิดไม่ ฉะนั้น เมื่อคำร้องของผู้ร้องบรรยายข้อความมา เข้าดังบัญญัติไว้ใน มาตรา 90 แล้ว ศาลก็ชอบที่จะยกมาตรานี้ขึ้นพิจารณาและปรับกับกรณีได้คำว่า "ควบคุม" หรือ "ขัง" ในมาตรา 90 นี้ เป็นถ้อยคำที่ใช้ตามความหมายธรรมดา หาใช่จำกัดดังประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(21)(22) อธิบายไว้ไม่ฉะนั้นมาตรา 90 จึงเป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่บุคคลต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือขังโดยเจ้าพนักงานหรือคนธรรมดาก็ตามการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลว่า ภรรยาผู้ร้องถูกคนร้ายสมคบกันฉุดคร่าไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนชำเราต่อมาผู้ร้องสืบทราบว่าคนร้ายได้นำภรรยาผู้ร้องไปหน่วงเหนี่ยวกักขังอยู่ที่บ้านผู้มีชื่อ จึงขอให้ศาลออกหมายค้นบ้านผู้มีชื่อนั้นเพื่อพบและช่วยภรรยาผู้ร้องซึ่งถูกกักขังไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา58(3),69(3) นั้น ถือได้ว่าผู้ร้องได้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ด้วย(จำรูญเนติศาสตร์-บริรักษ์จรรยาวัตร-อรรถไพศาลศรุดี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ