ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนเจตนาการใช้สถานที่เช่าและการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่า
การเปลี่ยนเจตนาใช้สถานที่เช่าโดยผู้ให้เช่ามิได้ยินยอม ไม่ผูกพันผู้ให้เช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 552 ผู้เช่าจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดและผู้ให้เช่าไม่ยินยอมให้เช่าต่อ สัญญาเช่าระงับตามมาตรา 564 การที่ผู้เช่าอยู่ในสถานที่เช่าต่อมาโดยไม่มีสิทธิโดยชอบ ถือเป็น
จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ และสัญญาเช่าระงับแล้ว การที่ผู้เช่าอยู่ต่อเป็นการละเมิด ผู้เช่าเรียกค่าเสียหายไม่ได้
จำเลยใช้สถานที่เช่าเพื่อประกอบการค้า ต่อมาเปลี่ยนเจตนาใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยโจทก์มิได้ยินยอม สัญญาเช่าครบกำหนด ผู้เช่าติดต่อขอเช่าต่อ แต่ผู้ให้เช่าไม่ยินยอม ผู้เช่าครอบครองสถานที่เช่าต่อมาโดยไม่มีสิทธิโดยชอบ ผู้ให้เช่าเอาลวดหนามมาปิดกั้นทางขึ้นลงทางด้านแม่น้ำเพื่อไม่ให้ผู้เช่าใช้สถานที่เช่าทางด้านน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2507หลวงเลขาวิจารณ์โจทก์นายซิวเกี้ยง แซ่ลิ้ม หรือสุทธิ วิสุทธิสัมพันธ์จำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 จำเลยใช้สถานที่เช่าเพื่อประกอบการค้า ต่อมาจำเลยเปลี่ยนเจตนาใช้สถานที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัย โดยโจทก์มิได้ยินยอมตกลงด้วยเช่นนี้ย่อมไม่ผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 552จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ สัญญาเช่าครบกำหนดตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ผู้เช่าได้ไปติดต่อขอเช่าต่อกับผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าไม่ยินยอมให้เช่าแม้ผู้เช่าจะครอบครองสถานที่เช่าอยู่ต่อมา ก็ถือว่าสัญญาเช่าระงับแล้วตามมาตรา 564 การที่ผู้เช่าอยู่ในสถานที่เช่าต่อมา โดยตนไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะอยู่แล้ว ถือเป็นละเมิดต่อผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่าเอาลวดหนามมาปิดกั้นทางขึ้นลงทางด้านแม่น้ำเพื่อไม่ให้ผู้เช่าใช้สถานที่เช่าทางด้านนั้นผู้เช่าจะเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุที่ไม่ได้ใช้สถานที่เช่าจากผู้ให้เช่าไม่ได้เพราะความเสียหายนี้เกิดจากผลที่ผู้เช่าละเมิด(เสนอ บุณยเกียรติ-เชื้อ คงคากุล-ห้วน ประชาบาล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ