การที่ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบว่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้นำไปประกันกับบริษัทอื่น และการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ข้อ 10 ที
การที่ผู้เอาประกันภัยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกรมธรรม์จะทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดก็ต่อเมื่อในกรมธรรม์มีข้อความกำหนดไว้ชัดแจ้งว่าหากไม่ปฏิบัติตามแล้วผู้รับประกันภัยจะหลุดพ้นความรับผิด หากไม่มีข้อความดังกล่าว ผู้รับประกันภัยยังคงต้องรับผิดตามสัญญา
จำเลยไม่หลุดพ้นความรับผิดตามสัญญาประกันภัย แม้โจทก์จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อ 10 เพราะในกรมธรรม์ไม่มีข้อความว่าหากไม่แจ้งแล้วผู้รับประกันภัยจะหลุดพ้นความรับผิด และซากเพลิงไหม้ที่เหลืออยู่ควรคิดหักให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยทุกบริษัทตามส่วนเฉลี่ยแห่งเงินที่เอาประกันภัย
โจทก์นำทรัพย์สินที่ประกันภัยไว้ไปประกันกับบริษัทอื่นโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบ และเมื่อเกิดเพลิงไหม้ โจทก์ไม่แจ้งรายละเอียดทรัพย์สินที่เสียหายตามเงื่อนไขข้อ 10 ของกรมธรรม์ แต่ในกรมธรรม์ไม่มีข้อความว่าหากไม่แจ้งแล้วผู้รับประกันภัยจะหลุดพ้นความรับผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596/2507นายคูณ สุจารีย์ โดยนายสัมพันธ์ สุวรรณประทีปโจทก์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์บริษัทวิบูลย์สถิตย์ประกันภัย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. คำให้การจำเลยว่า โจทก์ได้นำทรัพย์สินที่ประกันภัยไว้ไปประกันกับบริษัทอื่นโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบ ประเด็นในคดีจึงมีแต่เพียงว่าฝ่ายโจทก์แจ้งให้จำเลยทราบหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงว่าการทราบนี้จะได้มีการบันทึกหรือสลักหลังในกรมธรรม์หรือไม่เงื่อนไขในกรมธรรม์ข้อ 10 ให้โจทก์แจ้งรายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่เสียหายให้จำเลยทราบ เมื่อในกรมธรรม์ไม่มีข้อความต่อไปว่า ถ้าโจทก์ไม่แจ้ง ผู้ประกันภัยย่อมหลุดพ้นความรับผิด ฉะนั้น การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อ 10 นี้ จำเลยหาหลุดพ้นความรับผิดตามสัญญาไม่ซากเพลิงไหม้ที่ยังเหลืออยู่ควรคิดหักให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยทุกบริษัทตามส่วนเฉลี่ยแห่งเงินที่เอาประกันภัย จึงจะชอบด้วยความยุติธรรม(สอาด นาวีเจริญ-เจน เวชศิลป์-สวิง ลัดพลี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ