ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8938/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8938/2542นาย พิชัย พุฒาพิทักษ์ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 4, ม. 73 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 188ตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ ส. และผู้ร้องลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท แต่ ส. ขัดขวางและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อบริษัทและผู้ร้อง โดยไม่ยอมลงลายมือชื่อร่วมกับผู้ร้องในกิจการที่ต้องกระทำในนามบริษัทหลายประการ และข้อบังคับของบริษัทไม่มีวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว การที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวของบริษัท โดยให้ผู้ร้องแต่ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท เพื่อผู้ร้องจะกระทำกิจการต่าง ๆ ในนามบริษัทได้ อันเป็นการแก้ไขอุปสรรค และข้อขัดข้องของบริษัทมิให้เกิดความเสียหายอีกต่อไป แม้ตามคำร้องขอของผู้ร้องขอจะไม่ใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนของบริษัทว่างลงตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73 บัญญัติไว้แต่ก็ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีนี้ได้ ทั้งไม่มีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีนี้ต้องอาศัยมาตรา 73 ที่เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัย และหากได้ความจริงตามคำร้องขอ ศาลก็สามารถตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเซ็นทรัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด บริษัทดังกล่าวมีกรรมการ 2 คน คือ ผู้ร้องและนายสุมิตร อัศวมงคลพันธุ์ ตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้นายสุมิตรลงลายมือชื่อร่วมกับผู้ร้องและประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ หลังจากจัดตั้งบริษัทขึ้นแล้วได้ตกลงให้นายสุมิตรเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่การดำเนินกิจการโดยนายสุมิตรทำให้บริษัทขาดทุนจนเป็นหนี้บุคคลอื่นจำนวนมาก จึงตกลงให้ผู้ร้องเป็น