ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2546พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์โจทก์นาย บุญมา เจริญฤทธิ์จำเลย ป.อ. ม. 334, ม. 335 (2) ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 176ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(2) บัญญัติถึงการลักทรัพย์ในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุซึ่งอุบัติเหตุนั้นเฉพาะเกิดแก่รถไฟหรือยานพาหนะที่ประชาชนโดยสารเท่านั้น ซึ่งตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว เพียงแต่บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายในบริเวณที่มีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้ขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุ ดังนั้น แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(2) วรรคแรก ได้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักสร้อยคอทองคำหนัก 9 บาท จำนวน 1 เส้น ราคา 51,300บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท จำนวน 1 เส้น ราคา 57,000 บาท รวมราคา108,300 บาท ของนายลำพอง ชวนสินธุ์ ผู้เสียหาย ในบริเวณที่มีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน ซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้ขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บหมดสติ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้และยึดทรัพย์ที่จำเลยลักไปดังกล่าวเป็นของกลางซึ่งผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(2) วรรคแรก จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยล