ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2545นางสาว ฉัตรชฎา เชษฐพันธ์โจทก์นาย นิวัฒน์ ตรีอุดม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 680, ม. 368สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความจึงต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันต่อหน้าโจทก์โดยระบุว่าใช้หนี้สินทั้งหมดของจำเลยที่ 1 แต่ในสัญญาค้ำประกันเป็นเพียงแบบที่พิมพ์ไว้โดยเว้นช่องว่างเพื่อการกรอกรายละเอียดต่าง ๆ โดยมิได้ระบุจำนวนเงินดังนั้น ข้อความที่ว่ายอมรับผิดในหนี้สินทั้งหมด จึงเป็นข้อความต่อเนื่องจากข้อความในตอนแรกที่ต้องกรอกจำนวนเงินไว้ก่อน เมื่อในสัญญาค้ำประกัน ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินที่จะค้ำประกันไว้ จึงเป็นเอกสารไม่สมบูรณ์และไม่อาจอนุมานได้ว่า ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดในจำนวนหนี้เท่าใด จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2539 จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินไปจากโจทก์เป็นเงิน2,400,000 บาท โดยได้รับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินไปจากโจทก์อีก 400,000 บาทโดยได้รับเงินจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ในการกู้ยืมเงินทั้ง 2 ครั้ง มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดชดใช้หนี้ทั้งหมดแก่โจทก์ในฐานะลูกหนี้ร่วมและเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2541 จำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ไว้ให้แก่โจทก์โดยยอมรับว่าเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ 5,100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปีโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้เจ้าหนี้อื่นอีกหลายราย จำเลยทั้งสองไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ข