ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5188/2545นาย พาส ศานติมารคโจทก์นาย คนึง ทำเนาว์จำเลย ป.พ.พ. ม. 149, ม. 156โจทก์นำแบบพิมพ์สัญญาซึ่งยังมิได้กรอกข้อความมาให้จำเลยลงลายมือชื่อโดยอ้างว่าเป็นใบสมัครงาน จำเลยหลงเชื่อจึงลงลายมือชื่อในเอกสารไปโดยจำเลยยังไม่ได้ตกลงกับโจทก์ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญา การที่โจทก์นำสัญญาไปกรอกข้อความในภายหลัง แม้จะมีลายมือชื่อจำเลยเป็นคู่สัญญาก็จะถือว่าจำเลยได้แสดงเจตนาเข้าทำสัญญากับโจทก์ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญายังไม่ได้ จึงยังไม่มีผลผูกพันจำเลย โจทก์จะนำสัญญามาฟ้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามหรือเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานผิดสัญญาหาได้ไม่โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวน 439,849.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยเลิกกิจการและหยุดทำงานที่ร้าน "ไฮหย่อง แฮร์" หรือร้านอื่นที่อยู่ภายในรัศมี 5 กิโลเมตร จากที่ตั้งร้านของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเลิกกระทำกิจการละเมิดต่อโจทก์จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกิจการร้านทำผมชื่อ "โอภาสซาลอน" เมื่อปี 2535 จำเลยได้ไปทำงานเป็นช่างทำผมอยู่ที่ร้านของโจทก์ และโจทก์ได้นำสัญญาให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ต่อมาจำเลยลาออกจากงานที่ร้านของโจทก์ไป แล้วจำเลยได้ไปเป็นช่างทำผมที่อื่น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สัญญาดังกล่าวมีผลผูกพันจำเลยหรือไม่... โจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม