ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2518
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2518พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอดโจทก์นายสีไพร ทองสุข กับพวกรวม 3 คนจำเลย ป.อ. ม. 340, ม. 340 ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14, ข้อ 15 ข้อความของบทบัญญัติมาตรา 340 ตรีแห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเพิ่มเติมโดยข้อ 15 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 นั้นแสดงความมุ่งหมายที่จะลงโทษให้หนักขึ้นเฉพาะตัวผู้ซึ่งต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษนี้เท่านั้น มิใช่ว่าผู้ที่ร่วมกระทำการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์รายเดียวกันจะต้องระวางโทษหนักขึ้นเช่นนี้ทุกคนเสมอไปจำเลยที่ 1 ที่ 3 กับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ ขณะทำการปล้น จำเลยที่ 3 ได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่ด้วย จำเลยที่ 3 จึงมีความผิดตามมาตรา 340 ตรี ต้องระวางโทษหนักกว่าโทษตามมาตรา 340 วรรคสี่อีกกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 1 นั้นไม่ปรากฏว่าเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนด้วยจึงมีความผิดตามมาตรา 340วรรคสี่เท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันมีอาวุธปืนติดตัวไปลักโค 17 ตัวของนายโพลก จารุพงษ์ และนายอับดุลรามาน ปาทาน ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายรักเกียรติ ประเสริฐสิทธิ์ กับพวกไป ในการลักทรัพย์นี้จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะยิงฆ่านายรักเกียรติ และใช้อาวุธปืนยิงขู่นายรักเกียรติหลายนัด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14, 15 และขอให้สั่งคืนโค10 ตัวของกลาง กับใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสี่ 83 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 14 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 18 ปี ลดโทษให้หนึ่งในส