ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2477/2523อัยการกรมอัยการโจทก์นางวนิดา มีมากจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 จำเลยเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินด้านวิทยุกระจายเสียงของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐได้รับเงินชำระหนี้ค่าเช่าโฆษณาแต่นำส่งเข้าบัญชีไม่ครบและไม่นำเข้าบัญชีเลยเป็นการเบียดบังเอาตัวทรัพย์ที่อยู่ในหน้าที่คือเอาเงินนั้นเองเป็นประโยชน์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2502 มาตรา 4 จำเลยมิได้ใช้อำนาจในหน้าที่แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากเงินนั้นโดยมิได้เอาเงินนั้นไป จึงลงโทษจำเลยตาม มาตรา 8 ไม่ได้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ทั้งหมด 21 กระทง ลงโทษกระทงละ 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ 7 กระทง ลดโทษให้กระทงละกึ่ง รวมจำคุก 87 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 101,164 บาทแก่บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะข้อหากระทงที่ 20 และ 21 จำเลยมีความผิดตามมาตรา 4 ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 33,984 บาทแก่ผู้เสียหายยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหากระทงที่ 1 ถึง 19 ข้อหาอื่นในกระทงที่ 20 และ 21 และคำขอที่ให้คืนหรือใช้เงินเกินจากจำนวน 33,984 บาทนั้นเสีย โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าในขณะเกิดเหตุเรื่องนี้ จำเลยเป็นพนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินด้านวิทยุกระจายเสียงในระหว่างวันที่ 21 มีนา