ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5939/2545ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์นางสาว จินตนา วัชรากูลจำเลย ป.พ.พ. ม. 657, ม. 1336จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคารโจทก์ นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ การที่พนักงานของโจทก์บันทึกรายการรับฝากเงินเข้าบัญชีของจำเลยซ้ำกัน 2 ครั้ง ทำให้ยอดเงินในบัญชีของจำเลยมีจำนวนเกินไปจากความเป็นจริง 35,505 บาท และจำเลยเบิกถอนเงินจำนวนดังกล่าวไปโดยอาศัยความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานโจทก์เงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของโจทก์ เมื่อจำเลยได้เงินนั้นไปโดยไม่ชอบโจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาเงินจำนวนนั้นคืนจากจำเลยผู้ซึ่งไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 027-1-23845-3 กับโจทก์สาขาถนนข้าวสาร เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2536 จำเลยนำเช็คธนาคารโจทก์ สาขาศรีย่านจำนวน 1 ฉบับ สั่งจ่ายเงิน 35,505 บาท ฝากเข้าบัญชีของจำเลยที่สาขารัตนาธิเบศร์ของโจทก์ แต่เครื่องคอมพิวเตอร์บันทึกรายการนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีซ้ำกัน 2 ครั้ง ทำให้ยอดเงินในบัญชีเพิ่มเกินไป 35,505 บาท ต่อมาจำเลยทราบเรื่องและเบิกถอนเงินดังกล่าวไปใช้ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 46,900.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 35,505 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2536 นับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี คดีจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 35,505 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.