ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6041/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6041/2545ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์นางสาว จินตนา วัชรากูลจำเลย ป.พ.พ. ม. 657 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 264ธนาคารโจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยโดยอ้างว่า จำเลยเบิกเงินเกินไปจากบัญชีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ใช้สิทธิหักเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่โจทก์ได้อายัดไว้ก่อนฟ้อง แม้เป็นการกระทำที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้อำนาจไว้อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยก็ตาม จำเลยชอบที่จะไปยื่นฟ้องโจทก์ เป็นคดีใหม่เพราะมิใช่เรื่องการกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยระหว่างพิจารณาที่จำเลยจะยื่นเข้ามาในคดีเดิมได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยเนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์บันทึกรายการนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยซ้ำซ้อน ทำให้เงินในบัญชีของจำเลยเพิ่มขึ้น 35,505 บาท และจำเลยเบิกถอนเงินดังกล่าวไปใช้โดยไม่มีสิทธิ โจทก์ทวงถามแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 46,900.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 35,505 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยนำเช็คฝากเข้าบัญชีของจำเลยตามฟ้องโจทก์ไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ใช้สิทธิหักเงินจำนวน 12,000 บาท จากบัญชีเงินฝากของจำเลยอ้างว่าเป็นการหักกลบลบหนี้โดยโจทก์อายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ก่อนฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เงินดังกล่าวเป็นเงินเดือนของจำเลยที่ทางราชการจ่ายให้จำเลยผ่านโจทก์ จำเลยไม่เคยตกลงให้โจทก์หักเงินดังกล่าว ปัจจุบันโจทก์ยังอายัดบัญชีเงินฝากของจำเลยอยู่ ขอให้ศาลมีคำสั่งใ