ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6250/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6250/2545นางสาว เฉียบ เข็มโรจน์โจทก์นาง นันทาหรือสุวีณ์ เขียวศิริหรือคณารัตน์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 224, ม. 248โจทก์ฟ้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่พิพาท และขอให้พิพากษาว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว ดังนั้น หากศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีย่อมมีผลให้โจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ โดยถือทุนทรัพย์เท่ากับราคาที่ดินพิพาทส่วนที่โจทก์เรียกร้อง คือ 18,375 บาท ดังนี้ ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เกิน 50,000 บาท และทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ที่จำเลยอุทธรณ์และฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท โดยแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถืออันเป็นการแย่งการครอบครอง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์และฎีกาดังกล่าโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่พิพาท โดยโจทก์กับมารดาโจทก์ซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้วได้ร่วมกันซื้อที่ดินดังกล่าวจากนายชะโอด เขียวศิริ กับจำเลย โดยทำสัญญาซื้อขายกันนายชะโอดกับจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวพร้อมหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ดังกล่าวให้แก่โจทก์ครอบครองนับแต่วันทำสัญญาซื้อขาย โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผยและมีเจตนาเป็นเจ้าของมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวได้มีการห้ามโอนกันภายใน