ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2518

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2518พนักงานอัยการจังหวัดสกลนครโจทก์นายถึง คิดทำจำเลย ป.อ. ม. 80, ม. 90, ม. 91, ม. 138, ม. 288, ม. 289 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจกอดปล้ำจับจำเลย จำเลยได้ชักปืนออกมาจากเอวตำรวจอีกคนหนึ่งก็เตะปืนหลุดจากมือจำเลยไปเสียก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืน กับความผิดฐานมีวัตถุระเบิดใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน หาใช่เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ละเมิดกฎหมายหลายบทไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีอาวุธปืนพกขนาด .22 จำนวน 1 กระบอกใช้ยิงได้ และกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 7 นัด กับมีลูกระเบิดชนิดสังหาร 1 ลูก อันเป็นวัตถุระเบิดใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้พกพาปืนไปในเมืองและทางสาธารณะโดยเปิดเผยและไม่มีเหตุอันสมควร และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตำรวจผู้เข้าจับกุมจำเลย และใช้อาวุธปืนยิงตำรวจด้วยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะตำรวจเข้าแย่งปืนจากจำเลยได้เสียก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 371, 289(2), 80, 90, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2 และขอให้ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 38, 55, 72, 74, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 ให้ลงโทษตามมาตรา 55