ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6460 - 6472/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6460 - 6472/2551วัดพนัญเชิงวรวิหารหรือวัดพนัญเชิงโจทก์นางสุธา แซ่เฮง กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 167 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ม. 8วัดโคกเป็นวัดร้างที่รวมเข้ากับวัดโจทก์ก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทร์ศก 121 ออกมาใช้บังคับ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการรวมวัดที่ไม่ชอบหรือขัดต่อกฎหมายที่ดินวัดโคกที่รวมเข้ากับวัดโจทก์จึงเป็นศาสนสมบัติของโจทก์ มิใช่ศาสนสมบัติกลางซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมการศาสนาที่จะดูแลรักษาและจัดการ โจทก์ชอบที่จะขอออกโฉนดครอบคลุมที่ดินทั้งหมดอันเป็นศาสนสมบัติของตนได้ วัดโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านพักอาศัย ทั้งการฟ้องคดีเพื่อขับไล่ผู้ที่อยู่ในที่ดินของวัดโดยละเมิดไม่ได้อยู่ในบังคับที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนาหรือได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2511) ออกตามความใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยทั้งสิบสามต่างคนต่างเป็นจำเลยในแต่ละสำนวนที่ถูกโจทก์ฟ้องเท่านั้น มิได้เป็นจำเลยในสำนวนอื่นที่ได้รวมพิจารณาเข้าด้วยกัน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยมิได้สั่งแยกเป็นรายสำนวนจึงไม่ถูกต้องคดีทั้งสิบสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ในทุกสำนวนว่า โจทก์ และเรียกจำเลยในสำนวนแรกถึงสำนวนที่สิบสามว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 ตามลำดับ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบสามสำนวนเป็นใจความว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคล ประเภทวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี 2423 มีพระธรรมญาณมุนีหรือพระญาณไตรโลกเป็นเจ้าอาวาส โจทก์มอบอำนาจให้พระพิพัฒน์วราภรณ์ รองเจ้