ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2518
ประเด็นกฎหมาย
การกระทำของจำเลยที่ลักไก่แล้วถูกผู้เสียหายติดตามพบ ต่อมาจำเลยใช้เหล็กแหลมขู่ผู้เสียหาย เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือไม่
หลักกฎหมาย
การลักทรัพย์ขาดตอนแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายที่เกิดขึ้นภายหลังมิได้ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
คำวินิจฉัย
การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ พิพากษายืน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยลักไก่ 4 ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายติดตามไปพบจำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ในกระท่อม เมื่อผู้เสียหายเข้าไปถาม จำเลยลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายกับพวก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2518พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์นายน้อย หรือบุญชู นิลผาย หรือสุ่มมาตย์จำเลย ป.อ. ม. 335, ม. 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14จำเลยลักไก่ 4 ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายชวนเพื่อนบ้านออกติดตามไป 1 ชั่วโมงเศษ ถึงกระท่อมนาซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 100 เส้น คนละหมู่บ้านกัน พบเข่งไก่กับไก่ 4 ตัวอยู่ในกระท่อม จำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ ผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลย จำเลยลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องมาทางผู้เสียหายกับพวก ผู้เสียหายกับพวกจึงช่วยกันจับจำเลยไว้ ดังนี้ เมื่อจำเลยถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายนั้น การลักทรัพย์ของจำเลยขาดตอนไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลัง มิได้ต่อเนื่องในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเหล็กแหลมเป็นอาวุธติดตัวบังอาจลักไก่ 4 ตัวของนายบุญมี ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้เหล็กแหลมขู่จะแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายกับพวก ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเหล็กแหลม 1 เล่มที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 คงจำคุก 8 เดือน ริบของกลางโจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก