ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2552

ประเด็นกฎหมาย

ค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ไม่ใช่เบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 จึงไม่อาจลดลงได้

หลักกฎหมาย

เบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นเบี้ยปรับอันเกิดจากการที่คู่สัญญาทำสัญญาไว้ต่อกันว่าลูกหนี้จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร แต่ค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มตามกฎกระทรวงเป็นค่าปรับที่เกิดจากการฝ่าฝืนกฎหมาย มิใช่ข้อตกลงในสัญญา ศาลจึงไม่อาจปรับลดได้

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 339,825 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามที่ระบุ นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากโจทก์ ไม่ได้ติดเครื่องวัดปริมาณน้ำ จึงต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามปริมาณสูงสุดที่กำหนดในใบอนุญาต เมื่อไม่ชำระภายในกำหนด ต้องชำระเพิ่มในอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด โดยจำเลยอยู่ในท้องที่ไม่มีน้ำประปา จึงได้รับลดหย่อนร้อยละ 75

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2552กรมทรัพยากรธรณี โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสกลนครศรีนวลคอนกรีต กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 383 พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 เบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง นั้น ต้องเป็นเบี้ยปรับอันเกิดจากการที่คู่สัญญาทำสัญญาไว้ต่อกันว่าลูกหนี้จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 379 ถึงมาตรา 381 แต่กรณีที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มขึ้นเพราะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 และฉบับที่ 7 ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในลักษณะเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลจึงไม่อาจปรับลดได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 457,987.11 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 339,825 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน จำนวน 209,212.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน23,625 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2540 ของต้นเงิน 23,887.50 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ของต้นเงิน 24,150 บาท นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2540 ของต้นเงิน 24,150 บาท นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2541 ของต้นเงิน 23,625 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2541 และของต้นเงิน 23,887.50 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท